มาทำความรู้วนิลา vanilla คืออะไร แล้วทำนิยมนำเมล็ดวนิลาที่ใส่ในเบเกอรี่ กันเถอะ

วนิลา
ฝักวนิลา
ฝักวนิลา

สำหรับคนที่ชอบทำขนม กลิ่นวนิลาถือเป็นหนึ่งในไอเทมสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยใช่ไหมล่ะคะ ตัวกลิ่นวนิลานี้จะสกัดมาจากฝักของพืชที่ชื่อ Vanilla ซึ่งมีลักษณะเป็นฝักเล็ก ๆ สีดำ สำหรับสายพันธุ์ที่ถูกจัดว่าดีที่สุดและเป็นที่นิยมมากที่สุดก็คือ สายพันธุ์จากมาดากัสการ์ ด้วยกลิ่นที่หอมหวานนี้เอง วนิลาจึงถูกนำมาใช้ทำขนมหลากหลายประเภท ซึ่งนอกจากจะช่วยดับกลิ่นคาวของแป้ง เนยและไข่ไก่แล้ว ยังเพิ่มความหอมละมุนให้ขนมมีกลิ่นน่ารับประทานมากขึ้นได้อีกด้วย

แม้การใช้วนิลาจากฝักโดยตรงจะให้กลิ่นที่เป็นธรรมชาติมากกว่า แต่ฝักวนิลาแท้นั้นมีราคาสูงมาก ผู้ผลิตหลายรายจึงนำมาสกัดเป็นกลิ่นวนิลาในรูปแบบต่าง ๆ แทน

Bread at HÖME

ขนมปัง , โดนัท , ขนมเค้กของทางเล่น , พิซซ่าโฮมเมด

วนิลา คืออะไร

เป็นกลิ่นที่ได้จากฝักของกล้วยไม้สกุล Vanilla ต้นกำเนิดจากเม็กซิโก ชื่อวนิลามาจากคำในภาษาสเปนว่า “ไบย์นียา” (vainilla) ซึ่งแปลว่า ฝักเล็ก ๆ วนิลามักถูกนำมาใช้แต่งกลิ่นในการทำอาหารประเภทของหวานและไอศกรีม โดยนิยมมากโดยเฉพาะใน ธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมด

การใช้วนิลาในการประกอบอาหารทำโดยกรีดฝักวานิลลาออกและขูดนำเอาเมล็ดในฝักไปใช้ประกอบอาหาร หรือนำทั้งฝักไปต้มน้ำและช้อนเม็ดออก วนิลาแท้มีราคาสูงมาก จึงทำให้มีการประดิษฐ์กลิ่นวนิลาสังเคราะห์ที่ราคาถูกกว่า อย่างไรก็ตามกลิ่นที่ได้จากวนิลาสังเคราะห์มีความเข้มของกลิ่นไม่เท่ากับของจริง ประเทศผู้ผลิตวนิลาที่ใหญ่ที่สุดคือ มาดากัสการ์

วนิลาแท้มีขายหลากหลายรูปแบบ เช่น Extract , Essence , Pod(Bean) , Powdered , Vanilla Sugar และ Paste ขั้นตอนการทำหรือการสกัดมาในรูปแบบต่าง ๆ นี้ล้วนแต่มีกรรมวิธีที่แตกต่างกันออกไป

อ่านเพิ่มเติมเรื่อง : เบเกอรี่โฮมเมด คืออะไร

กลิ่นวานิลลาทํามาจากอะไร

“วนิลา” น่าจะเป็นรสชาติที่แทบทุกคนคุ้นเคยกันดี เพราะเป็นรสและกลิ่นที่มักจะผสมอยู่ในไอศกรีม ขนม และอาหารหลายๆ อย่าง แต่รู้ไหมว่า “วนิลา” นั้น ทำมาจากอะไรกันแน่ จึงได้มีกลิ่นที่หอมหวานน่าอร่อยขนาดนี้

รสและกลิ่นหอมหวานของวนิลาน่าจะเป็นกลิ่นและรสที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี โดยเฉพาะไอศกรีมรสวนิลา ขนมและอาหารหลายชนิดก็มีส่วนผสมของวนิลา กลิ่นหอมของวนิลาได้มาจากฝักแก่ของกล้วยไม้ชนิดหนึ่งที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Vanilla fragans ซึ่งมีสารหอมเรียกว่าสารวานิลลิน การจะได้กลิ่นวนิลาออกมาต้องรอให้ฝักวนิลาแก่เต็มที่ก่อนนำไปอบให้มีกลิ่นหอม และบ่มอีกเป็นเวลาหลายเดือนกว่าจะได้กลิ่นหอมๆ ที่นำมาประกอบอาหารและขนมได้

แต่กว่าจะได้เป็นกลิ่นวนิลาออกมา ก็ต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนอยู่เหมือนกัน ต้องรอให้ฝักวานิลลาแก่เต็มที่เสียก่อน แล้วจึงนำไปอบ”ให้มีกลิ่นหอม แล้วก็ต้องนำไปผึ่งและบ่มอีกเป็นเวลาหลายเดือนกว่าจะได้กลิ่นหอมๆ ที่นำมาประกอบอาหารและขนมได้อร่อย

แม้ถิ่นกำเนิดจะอยู่เม็กซิโก แต่ปัจจุบันในประเทศเขตร้อนอื่นๆ เช่น อินโดนีเซีย ศรีลังกา ฯลฯ ก็เริ่มมีการปลูกวานิลลากันมากขึ้น รวมไปถึงประเทศไทยด้วย

คราวหน้าที่ได้ลิ้มรสและกลิ่นหอมหวานของวนิลา ต้องไม่ลืมว่ากลิ่นนี้ได้มาจากกล้วยไม้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากการสังเคราะห์ทางเคมีแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติมเรื่อง : มาดูเรื่องเล่าของวานิลลา

วิธีการเลือกกลิ่นวนิลา vanilla สำหรับทำขนม

วนิลา หรือ วานิลลา เป็นส่วนผสมหนึ่งที่นิยมใช้กันในเบเกอรี หลักๆคือให้กลิ่นเพราะวนิลามีกลิ่นหอมที่เฉพาะ โดยอาจจะใช้เพื่อเป้นกลิ่นหรือรสหลักหรือใส่เข้าไปเพื่อเสริมกลิ่นหรือรสอื่นที่มีอยู่แล้ว แต่คนที่ทำขนมจะสังเกตว่า วนิลามีหลายแบบให้ใช้ ไหนจะฝักวนิลา วานิลลาแอกซ์แทรค ผงวานิลลา แล้วยังมีพวกที่เรียกว่าแต่งกลิ่นวนิลา ราคาต่างกันไป แต่แท้จริงแล้วมันคืออะไรและต่างกันยังไง เดี๋ยวเรามาทำความรู้จักและเรื่องเล่าวานิลลากันค่ะ

หากคุณกำลังพยายามเลือกสารสกัดวานิลลา แต่ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากตรงไหนมีสิ่งง่ายๆที่ควรมองหาเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเลือกขวดที่มีคุณภาพ ควรเลือกวานิลลาสกัดบริสุทธิ์แทนวนิลาเลียนแบบเสมอเพื่อรสชาติที่ดีที่สุดและดูที่ฉลากเพื่อดูว่าวนิลามาจากไหน มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าสำหรับสารสกัดวนิลาเช่นผงวนิลาหรือวนิลาบีน

อ่านเพิ่มเติมเรื่อง : ธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมด

11 วิธีการเลือกกลิ่นวนิลา vanilla สำหรับทำขนม

1. เลือกวนิลาสกัดบริสุทธิ์เพื่อรสชาติที่ดีที่สุด

เมื่อคุณเลือกซื้อสารสกัดวนิลาไม่ว่าจะเป็นทางออนไลน์หรือที่ร้านขายของชำอย่าลืมตรวจสอบฉลากที่ระบุว่า “บริสุทธิ์” อยู่เสมอ วนิลาเลียนแบบจะไม่มีรสชาติเหมือนกันและไม่ใช่วานิลลาแท้เลย

  • หากฉลากระบุว่า “รสชาติ” แสดงว่าวนิลาไม่บริสุทธิ์
  • หากวนิลาไม่บริสุทธิ์ควรระบุคำว่า “เลียนแบบ” ไว้บนฉลาก
ผงวนิลา
ผงวนิลา

2. เลือกระหว่างวนิลลาแบบพับเดียวและสองเท่าขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ

วนิลาแบบพับเดียวเป็นชนิดที่พบมากที่สุดโดยมีวานิลลาประมาณ 100 เมล็ดต่อแอลกอฮอล์ 1 แกลลอน (3.8 ลิตร) วานิลลาสองเท่ามีความแข็งแรงกว่าและใช้โดยคนทำขนมปังหรือร้านอาหารมืออาชีพโดยมีเมล็ดวนิลาประมาณ 200 เมล็ดต่อ 1 แกลลอน (3.8 ลิตร)

  • หากคุณซื้อวนิลาเพื่อใช้ในการทำขนมที่บ้านเท่านั้นเช่นการอบคุกกี้วนิลาเค้กและขนมหวานอื่น ๆ วนิลาแบบพับเดียวเป็นตัวเลือกที่ดี
วนิลาบีน
วนิลาบีน

3. ดูสถานที่กำเนิดเพื่อให้ทราบว่าวนิลาของคุณจะมีรสชาติอย่างไร

ฉลากข้างขวดวนิลาสกัดจะบอกคุณว่าผลิตวนิลาในประเทศใด วนิลาของแต่ละประเทศมีรสชาติแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ที่ซื้อกันมากที่สุดมาจากมาดากัสการ์และมีรสหวานแบบคลาสสิก

  • วนิลาเม็กซิกันมีเครื่องเทศอยู่เล็กน้อย
  • วนิลาตาฮิเตียนเป็นผลไม้ในขณะเดียวกันก็มีกลิ่นหอมเหมือนดอกไม้
  • วนิลาชาวอินโดนีเซียมีรสควัน
วานิลลา
วานิลลา

4. ดื่มด่ำกับสารสกัดวนิลาราคาแพงกว่าเพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้นขึ้น

ในขณะที่วนิลายี่ห้อที่ราคาถูกกว่าซึ่งมีอยู่ในร้านขายของชำและร้านขายกล่องใหญ่ ๆ ก็ใช้ได้ แต่ถ้าคุณต้องการลิ้มรสวนิลาจริงๆให้เลือกใช้กลิ่นที่แพงกว่า สิ่งเหล่านี้มีรสชาติที่เข้มข้นกว่าและไม่เจือจางทำให้การอบและการปรุงอาหารของคุณมีรสชาติที่ดียิ่งขึ้น

  • ตัวอย่างเช่นสารสกัดวนิลา 4 ออนซ์ (0.11 กก.) มีราคาประมาณ 9 เหรียญสหรัฐ
  • วนิลาที่ถูกกว่าจะมีรสชาติอ่อนกว่า
  • หากคุณกำลังทำอะไรที่รสชาติของวนิลาโดดเด่นเช่นในพุดดิ้งหรือเค้กให้เลือกวนิลาที่มีราคาแพงกว่า
ผงวานิลลา
ผงวานิลลา

5. ซื้อสารสกัดวนิลาจำนวนมากในราคาที่ถูกกว่า

สารสกัดวานิลลาอาจดูเหมือนวานิลลามีราคาแพงไม่ว่าคุณจะซื้อยี่ห้อใดก็ตาม เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุดลองซื้อสารสกัดวานิลลาจำนวนมาก เยี่ยมชมร้านค้าปลีกจำนวนมากในพื้นที่หรือออนไลน์เพื่อค้นหาราคาที่ดีสำหรับสารสกัดวานิลลาคุณภาพ

  • หากคุณไม่ต้องการสารสกัดวานิลลามากนักให้ลองซื้อเป็นกลุ่มแล้วแบ่งราคากับเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวที่อาจต้องการ
เค้กวนิลา
เค้กวนิลา

6. ตรวจสอบว่าสารสกัดวนิลาของคุณมาในขวดสีเข้ม

วนิลาชนิดดีมาในขวดสีเข้มเพื่อช่วยกันแสง ถ้าไฟไม่อยู่มันจะทำให้วนิลาเสียเร็วขึ้นมาก ซื้อสารสกัดวนิลาที่บรรจุในขวดสีเข้มเสมอเพื่อให้มั่นใจว่ายังคงคุณภาพ

วนิลา
วนิลา

7. เก็บสารสกัดวนิลาไว้ในที่แห้งและเย็น

ควรเก็บวนิลาให้พ้นแสงแดดและความร้อนเพื่อให้วนิลาสดมากที่สุด วางไว้ในตู้หรือตู้กับข้าวหรือแม้แต่บนชั้นวางที่ห่างจากแสง

  • หลีกเลี่ยงการใส่สารสกัดวนิลาในตู้เย็นเพราะการกลั่นตัวเป็นหยดน้ำอาจทำให้เสียได้
  • สารสกัดวนิลาควรคงรสชาติที่เข้มข้นไว้ได้นานถึง 3 ปีหลังจากเปิดแล้ว
ฝักวนิลา
ฝักวนิลา

8. เลือกถั่ววนิลาทั้งหมดเพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้นขึ้น

แม้ว่าถั่ววานิลลาจะมีราคาแพงกว่าสารสกัดวานิลลา แต่ก็มีความเข้มข้นมากกว่าและมีรสชาติที่เข้มข้นกว่า ถั่ววานิลลาเป็นฝักสีน้ำตาลเข้มเนื้อเนียนและชื้นสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอาหารเฉพาะทางหรือร้านขายของชำบางแห่ง

  • ถั่ววานิลลาไม่ควรแห้งให้เขย่าขวดก่อนซื้อเพื่อให้แน่ใจว่าชื้น
  • ถั่ววานิลลามีอายุการเก็บรักษา 1-2 ปี
ผงวนิลา
ผงวนิลา

9. ใช้วนิลาวางเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับถั่ววนิลา

วนิลาบีนวางขายในขวดและมีส่วนผสมของถั่ววนิลา สารสกัดวนิลาน้ำน้ำตาลและหมากฝรั่งข้น หากคุณไม่มีถั่ววนิลา วนิลาบีนเป็นอาหารทดแทนที่สมบูรณ์แบบและคุณจะไม่ต้องจัดการกับฝักใด ๆ

  • วนิลา 1 ช้อนโต๊ะ (15 มล.) เท่ากับวนิลา 1 เมล็ด
  • เต้าเจี้ยววนิลามีอายุประมาณ 2-3 ปี
เมล็ดวนิลา
เมล็ดวนิลา

10. เลือกใช้ผงวนิลาแทนสารสกัดวานิลลา

ผงวนิลาไม่มีสีสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอาหารพิเศษหรือทางออนไลน์ หากคุณไม่มีสารสกัดวนิลาให้ใช้ผงวนิลาแทนโดยใช้การวัดเดียวกัน

  • เก็บผงวนิลาไว้ได้นานถึง 3 ปี
ซุปวนิลา
ซุปวนิลา

11. เลือกน้ำตาลวนิลาเพื่อผสมน้ำตาลที่หวานกว่าในการอบของคุณ

น้ำตาลวนิลาเป็นส่วนผสมยอดนิยมสำหรับขนมอบหรือขนมหวาน สามารถใช้แทนน้ำตาลปกติได้โดยมีการวัดค่าเดียวกันเนื่องจากความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือผสมกับวนิลา

  • น้ำตาลวนิลามีอายุ 2-3 ปี

เลือกตามประเภทของกลิ่นวนิลา สำหรับทำขนม

กลิ่นวนิลาสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ กลิ่นที่สกัดจากวนิลาแท้ ซึ่งจะมีส่วนผสมของวนิลาแท้เป็นหลักร่วมกับส่วนผสมอื่น ๆ และกลิ่นวนิลาสังเคราะห์ ซึ่งจะไม่มีส่วนผสมของวนิลาแท้อยู่เลย แต่เป็นแค่การแต่งกลิ่นเลียนแบบวนิลาเท่านั้นค่ะ

กลิ่นที่สกัดจากฝักวนิลาแท้

นอกจากจะใช้กลิ่นจากฝักวนิลาแท้และเมล็ดภายในโดยตรงแล้ว หลายแบรนด์ยังมีการนำวนิลามาสกัดในรูปแบบต่าง ๆ อย่าง Vanilla Extract ที่เป็นน้ำ, Vanilla Bean Paste ที่มีลักษณะข้นเหนียว, Vanilla Powder และ Vanilla Sugar ด้วย

  • Pure Vanilla Extract : คือ การนำฝักวานิลลาไปหมักในแอลกอฮอล์นานหลายเดือนเพื่อสกัดกลิ่นออกมา โดยจะได้เป็นกลิ่นวานิลลาที่มีความเป็นธรรมชาติผสมด้วยความฉุนของแอลกอฮอล์เล็กน้อย โดยถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลายคนนิยมใช้มากที่สุด เพราะหาซื้อได้ง่ายและราคาไม่สูงจนเกินไปค่ะ
  • Vanilla Bean Paste : คือ การนำฝักวานิลลามาบดละเอียดและผสมเข้ากับไซรัปหรือน้ำผึ้ง โดยอาจมีการผสมกับ Xanthan gum หรือวัตถุให้ความเหนียวจากธรรมชาติตัวอื่น ๆ เพื่อช่วยเพิ่มความหนืด ซึ่งจะหอมและเข้มข้นกว่าแบบ Vanilla Extract มาก แถมยังมีเมล็ดบดละเอียดที่มองเห็นได้ จึงมีราคาสูงขึ้นมาเล็กน้อยค่ะ
  • Vanilla Powder : ความจริงแล้ว วานิลลาผงมีสีน้ำตาลเข้มจากการนำฝักวานิลลามาบดละเอียด แต่ราคาก็สูงมากเช่นกัน จึงมีการดัดแปลงนำวานิลาที่บดแล้วหรือวานิลลาสกัดมาผสมกับสารให้ความหวานจำพวก Dextrose หรือแป้งข้าวโพด ทำให้วานิลลาผงส่วนใหญ่ออกมามีสีอ่อนไปจนถึงสีขาวและมีราคาที่ถูกลงมาอีกระดับนั่นเอง
  • Vanilla Sugar : สำหรับประเภทนี้ แม้จะดูคล้ายกับวานิลลาผง แต่ก็แตกต่างกันพอสมควรค่ะ โดยวานิลลาประเภทนี้เกิดจากการนำฝักวานิลลาไปหมักกับน้ำตาลไว้ระยะหนึ่ง จนได้น้ำตาลที่มีความหอมของวานิลลา ถ้าเทียบกับวานิลลาผงแล้วจะมีความหวานมากกว่า เพราะเป็นน้ำตาลเพียว ๆ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้แพร่หลายกันทางยุโรป แต่ยังไม่เป็นที่นิยมและหาซื้อได้ยากในประเทศไทยค่ะ

กลิ่นวนิลาสังเคราะห์

กลิ่นวนิลาสังเคราะห์ หรือ Imitation Vanilla Extract จะเป็นการแต่งกลิ่นเลียนแบบที่อาจจะมีส่วนผสมของวนิลาแท้อยู่น้อยมาก ๆ หรือไม่มีวนิลาผสมอยู่เลย แต่ส่วนผสมที่นำมาใช้แต่งกลิ่นมักจะมาจากธรรมชาติที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งกลิ่นจะยังมีความหอมอยู่ แม้จะไม่หอมธรรมชาติเหมือนผลิตภัณฑ์จากวานิลลาแท้ก็ตาม โดยกลิ่นสังเคราะห์จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ราคาถูกที่สุดในท้องตลาด เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของวนิลาแถมยังหาซื้อง่ายอีกด้วย จึงเหมาะสำหรับคนที่เพิ่งหัดทำขนมและยังไม่พร้อมลงทุนซื้อกลิ่นที่สกัดจากวนิลาแท้ค่ะ

ซอลวนิลา
ซอลวนิลา

เลือกตามประเภทของขนมที่จะใส่กลิ่นวานิลลา สำหรับทำขนมลงไป

ความจริงแล้วกลิ่นวนิลาแต่ละประเภทสามารถใช้แทนกันได้ในการทำขนมชนิดต่าง ๆ แต่ถ้าใครต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ก็สามารถเลือกใช้รูปแบบที่เหมาะสมกับขนมที่จะทำได้ เช่น ผงวนิลาจะเหมาะกับขนมที่มีสีอ่อนหรือไม่ต้องการสีอย่างการผสมใส่วิปครีมหรือทำขนมปัง เพราะกลิ่นวนิลาประเภทอื่นมีสีเข้มที่อาจจะทำให้สีขนมเปลี่ยนไปได้นั่นเองค่ะ

ส่วนน้ำตาลวนิลาจะเหมาะกับการใส่เครื่องดื่มเพื่อเพิ่มความหวานและหอมอ่อน ๆ รวมไปถึงขนมที่ต้องตกแต่งหน้าด้วยน้ำตาลอย่างโดนัทหรือพายต่าง ๆ ขณะที่ Paste จะเหมาะกับขนมที่เน้นรสและกลิ่นวนิลา เพราะตัวนี้จะเข้มข้นและหอมวนิลาที่สุด ทั้งยังเหมาะกับขนมที่ต้องใช้เท็กซ์เจอร์ของเมล็ด เช่น ไอศกรีมรสวนิลาและเค้ก รสวนิลา เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติ่มที่นี : เค้กโฮมเมด

เลือกกลิ่นวนิลลา vanilla สำหรับทำขนมแบบไม่มีแอลกอฮอล์

Vanilla Extract ที่วางจำหน่ายโดยทั่วไปมักจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ แต่เมื่อโดนความร้อนแอลกอฮอล์จะระเหยออกไปแทบทั้งหมด จึงไม่มีผลต่อรสชาติ ซึ่งถ้าใครยังเป็นกังวลตรงจุดนี้หรือสำหรับคนที่นับถือศาสนาอิสลามที่เคร่งในเรื่องการใช้แอลกอฮอล์ประกอบอาหาร ควรเลือกซื้อกลิ่นวนิลาแบบไม่มีแอลกอฮอล์ เช่น ผงวานิลลา Bean Paste หรือแบบสังเคราะห์แทนจะดีที่สุดค่ะ

นอกจากนี้ ยังมี Pure Vanilla Extract แบบไม่มีแอลกอฮอล์ ที่ใช้สารให้ความหวานอย่างกลีเซอรีนและน้ำเปล่าแทนเหล้าในการสกัดกลิ่น โดยกลีเซอรีนนั้นไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมในต่างประเทศ แม้ในไทยจะเริ่มนำมาวางจำหน่ายบ้างแล้วแต่ยังไม่ค่อยแพร่หลายมากนัก

สรุป มาทำความรู้วนิลา vanilla คืออะไร แล้วทำนิยมนำเมล็ดวนิลาที่ใส่ในเบเกอรี่ กันเถอะ

มาถึงตรงนี้ หลายคนคงจะได้ไอเดียในการเลือกซื้อกลิ่นวนิลามาทำขนมกันมากขึ้นแล้วใช่ไหมคะ โดยจะเห็นได้ว่า กลิ่นวนิลานั้นมีหลากหลายรูปแบบให้ทุกคนได้เลือกซื้อกันและส่วนใหญ่ยังสามารถนำมาใช้แทนกันได้ ขึ้นอยู่กับความสะดวกของเรา ดังนั้น ใครที่ยังไม่พร้อมลงทุน แนะนำให้เลือกซื้อแบบราคาเบา ๆ ก่อนจะดีกว่าค่ะ ส่วนใครที่จริงจังกับการทำขนมและต้องการใช้วัตถุดิบดี ๆ อาจจะลองซื้อผลิตภัณฑ์นำเข้าที่ค่อนข้างมีราคามาใช้กันดู ขนมจะได้มีความหอมแบบธรรมชาติและน่ารับประทานมากขึ้นค่ะ

เมนูขนมที่น่าสนใจ by Bread at HÖME

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Bread at HÖME เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า