มาทำความเข้าใจหลัก วิธีทำขนมปัง แจกสูตร และคุณสมบัติของส่วนผสมต่างๆ

วิธีการทำขนมปัง
ขนมปังอัลมอนด์เนยสด
ขนมปังอัลมอนด์เนยสด

เมนูขนมปังที่หลายคนชอบรับประทาน เบื้องหลังเกิดขึ้นจากการผสมผสานกันของศิลปะและวิทยาศาตร์ ศาสตร์แห่งขนมปัง หากเราได้เรียนรู้และเข้าใจ วิธีทำขนมปัง ในการทำงานของส่วนผสมหลักอย่างแท้จริง ก็จะสามารถทำขนมปังออกมาได้ถูกต้อง เนื้อนุ่มฟู รสชาติอร่อย อีกทั้งยังสามารถพลิกแพลงเป็น เมนูขนมปัง รูปแบบต่างๆ ได้ดีอีกด้วย

Bread at HÖME

ขนมปัง , โดนัท , ขนมเค้กของทางเล่น , พิซซ่าโฮมเมด

หัวใจหลักที่ทำให้เกิดเป็นขนมปัง

ขนมปัง (bread) เป็นอาหารที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน โดยเกิดจากการจับเอาวิทยาศาสตร์และศิลปะมารวมกัน ในสมัยก่อนขนมปังทำจากส่วนผสมเพียงแค่ 4 อย่าง ได้แก่ แป้งสาลี ยีสต์ น้ำ และเกลือ แต่ต่อมาได้มีการพัฒนาเพิ่มส่วนผสมอื่นๆ เข้าไป ทำให้เกิดเป็นความหลากหลายของขนมปังขึ้น หัวใจของการทำขนมปังคือการเรียนรู้และทำความเข้าใจในขั้นตอนการทำงานของส่วนผสม ซึ่งใครก็ตามที่อยากลุกขึ้นมาลองทำขนมปังก็ล้วนแต่ต้องการให้ขนมปังออกมาดีและอร่อยทั้งนั้น โดยคุณภาพของขนมปังที่ออกมานั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง 

ขนมปัง เกิดขึ้นจากส่วนผสมหลักเพียง 4 อย่าง โดยเมื่อนำมาผสมกันแล้วจะเกิดกระบวนการทางวิทยาศาตร์ที่ซับซ้อนขนาดเล็กจิ๋ว และหลังจากที่นำเข้าเตาอบจนสุกแล้ว จะได้เป็นเมนูขนมปังร้อนๆ เนื้อแป้งนุ่มฟู กลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั้งครัว

อ่านเพิ่มเติมเรื่อง : ขนมปังโฮมเมด อบจากเตา

ขนมปังแพ
ขนมปังแพ

ส่วนผสมที่เป็นหัวใจหลักของขนมปังทั้ง 4 อย่างได้แก่

1. แป้งสาลี

เป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุด โดยภายในแป้งจะมีโปรตีนอยู่ 2 ชนิดคือ กลูเตนิน (glutenin) และเกลียดิน (gliadin) เมื่อรวมตัวกับน้ำและผ่านการนวดผสม จะสร้างกลูเต็น (gluten) ที่ทำให้โครงสร้างของเนื้อขนมปังเกิดความเหนียว และมีความยืดหยุ่นขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ที่ยีสต์สร้างขึ้น จึงทำให้ขนมปังเกิดความฟูขึ้นมา

2. ยีสต์

เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ใช้กันแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหาร โดยจะทำหน้าที่ย่อยสลายน้ำตาลที่อยู่ในแห้งให้กลายเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่จะทำให้ขนมปังมีความนุ่มฟู

3. ของเหลว

จะทำให้ส่วนผสมทั้งหมดละลายเข้าด้วยกัน เช่น น้ำ, นม, ครีม ซึ่งจะช่วยให้ขนมปังมีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้น และนุ่มยิ่งขึ้น

4. เกลือ

ในการทำขนมปังจะใช้เกลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากใส่เยอะไปจะทำให้ยีสต์หมักได้ช้าลง โดยเกลือจะเข้าไปทำให้โครงสร้างของกลูเต็นเกิดความแข็งแรง ขนมปังจึงมีความหนาแน่น อีกทั้งยังช่วยให้ขนมปังมีกลิ่นและรสชาติให้โดดเด่นขึ้นมา

ขนมปังแฮมชีสแบบกลม
ขนมปังแฮมชีสแบบกลม

ส่วนผสมอื่นๆ เช่น น้ำตาล เนย นม ไข่ น้ำมัน เป็นตัวปรับรสชาติ เนื้อสัมผัสความนุ่มให้กับขนมปัง เพราะส่วนผสมเพียง 4 อย่างข้างต้นเป็นพื้นฐานการทำขนมปังสไตล์ยุโรปที่เป็นลักษณะขนมปังเปลือกแข็ง (Hard crust bread) ซึ่งต้องใช้การหมักระยะเวลานานขนมปังจึงอร่อยและมีลักษณะเฉพาะคือเปลือกแข็ง ด้านในนุ่ม แต่ถ้าเป็นขนมปังสไตล์เอเชียจะใส่น้ำตาลและไขมันเข้าไปด้วยเพื่อให้เนื้อขนมปังออกมานุ่มนิ่ม

อัลมอนด์เนยสด
อัลมอนด์เนยสด

ดังนั้นความสนุกและท้าทายของการทำขนมปังคือ การสร้างบรรยากาศให้ยีสต์หายใจและเติบโตอย่างมีความสุข และค่อยๆ ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาในจังหวะเวลาที่เหมาะสม ภายใตขั้นตอนการทำขนมปังต่างๆ ดังนี้

อ่านเพิ่มเติมเรื่อง : เบเกอรี่โฮมเมด คืออะไร

หลักการทำงานของยีสต์

ใครเคยสัมผัสโดขนมปังนุ่มๆ รับรองว่าจะต้องหลงรักทุกราย เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น และทุกครั้งที่ขนมปังออกจากเตา ก็จะสนุกยิ่งขึ้นตรงลุ้นว่ามันจะนุ่มไหม? เนื้อละเอียดดีไหม? อร่อยไหม? แม้กระทั่งมีข้อสงสัยตามมา ให้เราทบทวนสิ่งที่ทำลงไป เพราะขนมปังเป็นหนึ่งในเบเกอรีที่ใช้วัตถุดิบพื้นฐานน้อยสุด ได้แก่ แป้ง ยีสต์ เกลือ และน้ำ แต่กลับมีปัจจัยหลายอย่างระหว่างการทำ ที่ทำให้ผลลัพธ์ขนมปังออกมาไม่เหมือนกัน เพราะเรากำลังเล่นกับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ยีสต์‘ นั่นเอง

ยีสต์จะเริ่มขยันและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียสเป็นต้นไป ดังนั้นเราต้องผสมหรือนวดแป้งโดให้เกิดกลูเตนก่อนที่ยีสต์จะทำงาน (เคล็ดลับสำหรับการทำขนมปังในประเทศเมืองร้อนอย่างบ้านเราก็คือการปรับน้ำในส่วนผสมให้เป็นน้ำเย็นจัด เพื่อช่วยชะลออุณหภูมิของโดไม่ให้ร้อนเร็วเกินไป)

การทำขนมปังไส้กรอก
การทำขนมปังไส้กรอก

เมื่อแป้งโดผสมได้ที่ เช็กโดยใช้วิธี window pane test (ดูหลักการด้านล่าง) จึงเก็บแป้งให้เรียบตึงเป็นก้อนกลม เสมือนการปิดประตูบ้านให้มิดชิด เตรียมพร้อมให้ยีสต์ปล่อยก๊าซออกมาได้เต็มที่ เราจะพักแป้งโดไว้ที่อุณหภูมิห้อง แป้งโดจึงฟูขึ้นอีกเท่าตัว ใช้ระยะเวลาประมาณอยู่ที่ 1 ชั่วโมง หรือแล้วแต่อุณหภูมิห้อง ขั้นตอนนี้เรียก bulk fermentation หลังจากนั้นจึงนวดไล่อากาศออก (punching) เพื่อตัดแบ่งและขึ้นรูปเป็นบ้านหลังย่อยๆ ให้ยีสต์หายใจต่อไปอีก ขนมปังก็จะขึ้นฟูอีก แต่อยู่ในรูปทรงที่เราต้องการ ทีนี้เมื่อฟูเป็นสองเท่าจึงนำขนมปังเข้าเตาอบ (อุณหภูมิแตกต่างกันตามประเภทขนมปัง) ยีสต์จะยังคงปล่อยก๊าซออกมาตลอดจนถึงอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียสยีสต์ก็จะตาย พอดีกับที่ขนมปังของเราอบสุก

มาดูคำถาม 5 ข้อเกี่ยวกับคุณสมบัติของส่วนผสมต่างๆ ในขนมปัง

เมื่อเราเข้าใจหลักการทำงานของยีสต์แล้ว มาดูคำถาม 5 ข้อ ที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับการทำขนมปังดีกว่า

อ่านเพิ่มเติมเรื่อง : ธุรกิจโฮมเมด

1. ผสมแป้งโดอย่างไร ? [Mixing]

ให้คิดเสียว่ามีวัตถุดิบ 3 ประเภท คือ ของแห้ง ของเหลว และไขมัน (ของแห้งเช่น แป้ง เกลือ น้ำตาล ยีสต์ กระทั่งส่วนผสมรสชาติอื่นๆ เช่น นมผง ของเหลว เช่น น้ำ นม ไข่ไก่ และไขมัน เช่น เนยสด เนยขาว) เราต้องเอาของเหลวค่อยๆ เทใส่ลงในของแห้งขณะที่ใช้อีกมือคนผสมให้เข้ากัน นวดจนเริ่มเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วจึงใส่ส่วนผสมที่เป็นไขมัน เพราะไขมันเป็นตัวขัดขวางการเกิดกลูเตน เราจึงมักใส่เนยหลังจากที่นวดแป้งกับน้ำให้เข้ากันแล้ว (กลูเตนเริ่มเกิดแล้ว)

2. เช็กแป้งโดอย่างไรว่านวดได้ที่แล้ว ? [Bulk fermentation]

เราเรียกว่า windowpane test เมื่อโดเกิดกลูเตนเต็มที่ หากเราหยิบมุมแป้งขึ้นมามุมหนึ่งแล้วค่อยๆ ยืดออกได้เป็นแผ่นบางใสๆ จนมองเห็นนิ้วของเราที่อยู่ด้านหลังเนื้อแป้งได้ โดยเนื้อโดไม่ขาดง่ายๆ แสดงว่าโดของเราได้ที่แล้ว

3. โดขึ้นฟูได้ที่ คือขนาดไหน ? [Proofing]

การพรูฟหรือการหมักขนมปังให้ขึ้นฟูจะอยู่ที่อุณหภูมิประมาณ 27-32 องศาเซลเซียสเป็นต้นไป ขั้นตอนนี้สำคัญตรงที่เมื่อยีสต์ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะทำให้โดขยายตัวและพองออก เส้นใยกลูเตนจะอ่อนนุ่มลงจนยืดออกและกักเก็บก๊าซที่กำลังถูกปล่อยมาเรื่อยๆ จนโดขยายตัวเป็น 2 เท่า บางครั้งถ้าทิ้งโดไว้นานเกินจะทำให้โครงสร้างกลูเตนด้านในกลับอ่อนแรงลง เรียกว่าการ over proof ดังนั้นนอกจากสังเกตได้ด้วยตาแล้วว่าโดขึ้นเป็น 2 เท่า เราทดสอบโดยการใช้นิ้วชี้แตะแป้งแล้วจิ้มทแยงไปบนผิวโด เมื่อเอานิ้วออกแล้ว รอยนิ้วจิ้มจะกลับมาแคบลง แปลว่าโครงสร้างด้านในยังแข็งแรงและยังมีกำลังขยายตัวอยู่ 

4. ขึ้นรูปขนมปังให้ดีทำอย่างไร ? [Dividing and shaping]

การขึ้นรูปขนมปังจะทำหลังจากเราปล่อยให้ยีสต์หายใจไปรอบแรกแล้วทั้งก้อนใหญ่ (หรือการ bulk fermentation) หลังจากนั้นจะไล่อากาศออก แบ่งเป็นชิ้นตามต้องการ และขึ้นเป็นรูปต่างๆ ขั้นตอนนี้สำคัญตรงที่หลังจากเราตัดแบ่งโดตามน้ำหนักที่ต้องการแล้ว ควรพักคลึงให้เป็นก้อนกลมและพักให้โดคลายตัวสัก 5-10 นาที ก่อนที่จะขึ้นเป็นรูปต่างๆ มิเช่นนั้นแป้งโดจะหดตัวขณะคลึงหรือขึ้นรูป 

5. อบขนมปังที่อุณหภูมิเท่าไหร่ ? [Baking]

อุณหภูมิอบขนมปังส่วนใหญ่อยู่ที่ 180-200 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับขนาดและเนื้อขนมปังที่อบ เช่น ขนมปังที่มีน้ำตาลและไขมันมากมักอบที่ 180 องศาเซลเซียส ส่วนขนมปังไขมันต่ำ (lean dough) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขนมปังสไตล์ยุโรปจะอบที่อุณหภูมิ ประมาณ 200-220 องศาเซลเซียส การอบทำให้ขนมปังขยายตัวจนโพรงอากาศโครงสร้างด้านในเซตตัว และมีผิวเหลืองสวย ส่วนเนื้อในขนมปังก็จะสุกนุ่มกำลังดี หลังจากอบเสร็จต้องเอาออกจากพิมพ์ทันที ไม่ควรปล่อยให้ขนมปังร้อนแฉะอยู่ในพิมพ์ นำออกจากพิมพ์แล้วพักให้เนื้อในขนมปังระอุสุกต่ออีกสักนิดก่อนที่จะตัด

แนะนำวิธีทำขนมปัง 4 สูตรอร่อยยอดฮิต 

หลังจากที่ได้ทำความรู้จักกับส่วนผสมหลักของการทำขนมปังแล้ว หากใครอยากจะเริ่มลงมือทำขนมปังดูบ้าง เราได้เตรียมวิธีทำขนมปัง 4 สูตรอร่อย รับรองเลยว่าหอมกรุ่น เนื้อฟูนุ่มอร่อย ถูกใจหลายคนแน่นอนค่ะ

1.ขนมปังเนยสด  2.ขนมปังลูกเกด 3.ขนมปังไส้กรอก 4.ขนมปังหมูหยองมายองเนส

1. ขนมปังเนยสด

เมนูขนมปังสุดฮิตที่มาพร้อมกับเนื้อขนมปังนุ่มๆ ตัดกับความหอมหวานฉ่ำของเนยสด และเพิ่มความฟินด้วยไอซิ่งหรือน้ำตาลตามใจชอบ เป็นเมนูที่ทั้งเด็กๆ หรือผู้ใหญ่ก็ต้องหลงรัก และทานง่ายมากๆ ทำติดบ้านเอาไว้เลยยังไงก็หมด!

ส่วนผสม

สูตรนี้ทำขนมปังเนยสดได้ จำนวน 8 ชิ้น ขนาดชิ้นละ 50 กรัม

  1. แป้งขนมปัง 160 กรัม
  2. แป้งสาลี 40 กรัม
  3. ยีสต์ 5 กรัม
  4. เนยสด 40 กรัม
  5. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  6. นมสด 90 กรัม
  7. น้ำตาล 50 กรัม
  8. เกลือ 1/4 ช้อนชา
  9. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา 


วิธีทำขนมปังเนยสด

  1. ขั้นตอนแรกให้เตรียมชามผสมก่อนจะใส่ไข่ไก่ 1 ฟอง ตามด้วยนมสด 90 กรัม เกลือ 1/4 ช้อนชา กลิ่นวานิลลา และน้ำตาล 50 กรัม แล้วจึงคนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันจนน้ำตาลละลาย และพักทิ้งไว้
  2. ใช้ชามผสมใบใหม่สำหรับเตรียมของแห้ง ใส่แป้งขนมปัง 160 กรัม แป้งสาลี 40 กรัม และยีสต์ 5 กรัม พร้อมคนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน
  3. นำชามผสมแรกที่ใส่ของเหลวเอาไว้มาเทผสมกับชามผสมแป้ง แล้วจึงตะล่อมส่วนผสมทั้งหมด จนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน
  4. หลังจากนั้นใส่เนยสดอุณหภูมิห้องปริมาณ 40 กรัมตามลงไป ตีส่วนผสมด้วยความเร็วปานกลางจนรู้สึกว่าเนื้อแป้งเริ่มเนียน แนะนำให้เช็คแป้งโดยการนำแป้งมาลองขึงเป็นแผ่นฟิล์ม ถ้าไม่แป้งไม่ขาดออกจากกันแสดงว่าแป้งใช้ได้แล้ว
  5. นวดแป้งให้แป้งคลายตัวจากความเป็นก้อนเล็กน้อย แล้วจึงนำแป้งไปพักใส่ชามผสมไว้ ก่อนจะใช้แร็ปพลาสติกปิด และพักแป้งจนกว่าขนาดของแป้งจะขยายตัวใหญ่ขึ้นประมาณ 2 เท่า (วิธีเช็คว่าแป้งขยายตัวขึ้นแล้วคือถ้าจิ้มลงไปบนแป้งจนเป็นรู แป้งจะไม่เด้งตัวหดกลับ แสดงว่าใช้ได้แล้ว)
  6. นำแป้งมาตัด แบ่งให้แต่ละก้อนมีขนาดก้อนละ 50 กรัม แล้วจึงนำมาคลึง ปั้นให้เป็นกันกลมๆ (หรือปั้นเป็นรูปทรงตามใจชอบ) แล้วจึงนำใส่กระดาษรองอบ หรือแม่พิมพ์ พักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีเพื่อให้แป้งขยายตัวอีกรอบ ระหว่างนี้วอร์มเตาอบรอ
  7. ก่อนอบทาด้วยไข่เจือน้ำบางๆ เพื่อให้หน้าขนมปังออกมาเงาสวย
  8. อบไฟบน-ล่าง 180 องศา ประมาณ 15 นาที เมื่อครบเวลานำออกมาทาด้วยเนยบางๆ พักไว้บนตะแกรงให้เย็นสนิท
  9. นำมาทาด้วยเนยสดให้ฉ่ำไปทั่วหน้า ก่อนจะตามด้วยโรยไอซิ่ง หรือน้ำตาลตามใจชอบ พร้อมนำเสิร์ฟได้เลย

 

ขนมปังไส้กรอก
ขนมปังไส้กรอก

2. ขนมปังลูกเกด

เมนูขนมปังที่เชื่อว่าหลายคนต้องเคยทานแน่นอน เพราะเป็นขนมปังที่ทานง่าย หยิบมาทานคู่กับชาหรือกาแฟก็อร่อยเข้ากัน แถมสูตรวิธีทำขนมปังลูกเกดที่เราเอามาฝาก ก็หวานกลมกล่อมอร่อยลงตัวสุดๆ

ส่วนผสม

สูตรนี้ทำขนมปังลูกเกดได้ จำนวน 3 ชิ้น ขนาดชิ้นละ 200 กรัม

  1. แป้งขนมปัง 350 กรัม
  2. แป้งสาลี 150 กรัม
  3. ยีสต์ 10 กรัม
  4. นมผง  20 กรัม
  5. นมสด  300 กรัม
  6. ไข่ 1 ฟอง
  7. น้ำตาล 100 กรัม
  8. เกลือ 1/2 ช้อนชา
  9. เอสพี 5 กรัม
  10. เนยสด 100 กรัม
  11. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  12. ลูกเกดสำหรับใส่ในแป้ง 120 กรัม
  13. ลูกเกดสำหรับใส่ในไส้ 100 กรัม (เพิ่มปริมาณได้ตามใจชอบ)

วิธีทำขนมปังลูกเกด

  1. วิธีทำขนมปังลูกเกดขั้นตอนแรกให้เทแป้งสาลี 150 กรัม และแป้งขนมปัง 350 กรัมลงในชามผสมของแห้ง ก่อนจะตามด้วยนมสดผง 20 กรัม และยีสต์ 10 กรัม คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน และพักทิ้งไว้
  2. เตรียมชามผสมใบใหม่ใส่นมสด 300 กรัม น้ำตาลทราย 100 กรัม เกลือ1/2 ช้อนชา และตามด้วยไข่ไก่ 1 ฟอง
  3. เทส่วนผสมของเหลวลงในอ่างชามแป้ง และตีผสมเข้าด้วยกันด้วยความเร็วต่ำ ตีจนเป็นเนื้อเดียวกัน
  4. เติมเนยสดจืด 100 กรัม เอสพี 5 กรัม และตีความเร็วปานกลาง จนสังเกตว่าแป้งเริ่มเนื้อละเอียดขึ้น จนเริ่มหลุดออกไม่ติดตามอ่าง แล้วจึงใส่ลูกเกด 120 กรัม ลงไปผสมกับแป้ง และตีด้วยความเร็วต่ำให้เข้าด้วยกันจนเนื้อแป้งเนียนละเอียด และแป้งเริ่มเป็นฟิล์มบางๆ
  5. นำแป้งที่ได้แร็ปปิดด้วยพลาสติก พักแป้งทิ้งไว้เพื่อแป้งมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นประมาณสองเท่า วิธีสังเกตว่าแป้งมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นแล้วคือเมื่อใช้นิ้วกดลงไปที่ตัวแป้งแล้วแป้งจะไม่เด้งกลับคืน แสดงว่าแป้งพร้อมใช้งานแล้ว
  6. นำแป้งออกมาตัดแบ่งให้มีขนาดก้อนละประมาณ 200 กรัม ก่อนจะนำแป้งมาคลึงให้แบนเป็นแนวยาว แล้วใส่ไส้ลูกเกดตามจำนวนที่ต้องการ แล้วม้วนกลับให้กลายเป็นก้อนกลม หรือขนาดตามแม่พิมพ์
  7. นำแป้งวางในพิมพ์ที่ทาด้วยเนย หรือน้ำมันไว้แล้ว ก่อนจะพักแป้งทิ้งไว้อีกรอบเพื่อให้แป้งมีขนาดที่ขยายใหญ่ขึ้นจนรู้สึกว่าใหญ่คับแม่พิมพ์ ระหว่างนี้วอร์มเตาอบรอก่อนได้เลย
  8. ทาด้วยไข่ที่ผสมน้ำก่อนนำเข้าอบ พร้อมอบด้วยไฟบน-ล่าง 180 องศา ประมาณ 30 นาที
  9. วิธีทำขนมปังลูกเกดขั้นตอนสุดท้ายเมื่อนำออกมาทาหน้าขนมปังด้วยเนยเพื่อให้เกิดเงาสวย แล้วจึงนำออกจากพิมพ์ พักทิ้งไว้ให้เย็น พร้อมนำเสิร์ฟคู่กับชาหรือกาแฟแล้ว

3. ขนมปังไส้กรอก

เมนูขนมปังที่คนชื่นชอบไส้กรอกจะต้องหลงรัก มีวิธีทำที่ไม่ยาก ทำได้บ่อยๆ จะทำเป็นเมนูอาหารเช้าหรือเป็นเมนูของว่างระหว่างวันก็ทานได้บ่อยไม่มีเบื่อ 

ส่วนผสม

สูตรนี้ทำขนมปังไส้กรอกได้  จำนวน 18 ชิ้น ชิ้นละ 15 กรัม

  1. แป้งขนมปัง 500 กรัม
  2. นมผง 20 กรัม
  3. ยีสต์ 10 กรัม
  4. น้ำตาลทราย 100 กรัม
  5. เกลือ 10 กรัม
  6.  
  7. น้ำเปล่า 250 กรัม
  8. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  9. เนยจืด 50 กรัม
  10. เนยขาว 50 กรัม
  11. ไส้กรอก

วิธีทำขนมปังไส้กรอก

  1. เปิดเตาอบด้วยไฟบน-ล่างที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้
  2. ใส่แป้งขนมปัง 500 กรัม ตามด้วยนมผง 20 กรัม ตามด้วยยีสต์ 10 กรัม น้ำตาลทราย 100 กรัม และเกลือ 10 กรัมตีผสมให้เข้ากันด้วยความเร็วต่ำ
  3. หลังจากนั้นเติมน้ำเปล่า 250 กรัม และไข่ไก่ 1 ฟองลงไปตีด้วยจนเข้ากัน
  4. ใส่เนยจืด 50 กรัม และเนยขาว 50 กรัม ตีต่อไปเรื่อยๆ จนเนื้อส่วนผสมเนียนละเอียดขึ้น
  5. นำแป้งพักในชามผสม และแร็ปพลาสติกเพื่อพักแป้งทิ้งไว้เพื่อให้แป้งขยายตัวใหญ่ขึ้น
  6. เมื่อได้ที่แล้วนำแป้งมาตัดแบ่งให้ได้ก้อนละ 50 กรัม แล้วจึงคลึงแป้งแต่ละก้อนให้เป็นเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พร้อมนำใส่กรอกมาวาง แล้วม้วนไส้กรอกจนมิด แล้วจึงตัดแบ่งเป็น 3 ท่อน
  7. พักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เพื่อให้ขนมปังขึ้นฟูเป็นสองเท่า ระหว่างนี้วอร์มเตาอบรอได้เลย
  8. นำขนมเข้าอบด้วยไฟบน-ล่างที่อุณหภูมิ 180 องศา อบประมาณ 35 นาที
  9. นำออกออกจากเตา พักให้หายเย็น พร้อมเสิร์ฟ
แฮมชีสแบบกลม
แฮมชีสแบบกลม

4. ขนมปังหมูหยองมายองเนส

เพิ่มความอร่อยให้กับขนมปังมากยิ่งขึ้น ด้วยไส้ขนมปังสุดโปรดของใครหลายคนนั่นคือหมูหยองนั่นเอง! และเมื่อมาตัดความหวานของหมูหยองด้วยมายองเนสที่ให้ความมันมาอยู่บนขนมปังนุ่มๆ ยิ่งเข้าคู่ลงตัวมากๆ 

ส่วนผสม

สูตรนี้ทำขนมปังหมูยองมายองเนส ได้จำนวน 5 ชิ้น ขนาดชิ้นละ 50 กรัม

  1. แป้งขนมปัง 250 กรัม
  2. แป้งสาลี 100 กรัม
  3. นมผง  20 กรัม
  4. ยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะ
  5. นมสด  200 กรัม 
  6. น้ำตาล 70 กรัม
  7. เกลือ 1/4 ช้อนชา
  8. ไข่ 1 ฟอง 
  9. เนยสด 80 กรัม
  10. เอสพี 5 กรัม
  11. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  12. สูตรหมูหยองมายองเนส
  13. หมูหยองผสมมายองเนส 100 กรัม (หรือปริมาณตามใจชอบ)

วิธีทำขนมปังหมูหยองมายองเนส

  1. วิธีทำขนมปังหมูหยองมายองเนสขั้นตอนแรกให้นำแป้งขนมปัง 250 กรัม แป้งสาลี100 กรัม ตามด้วยนมผง 20 กรัม และยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
  2. เตรียมชามผสมใบใหม่สำหรับของเหลวให้ใส่เกลือ 1/2 ช้อนชา ตามด้วยนมสด 200 กรัม และไข่ไก่ 1 ฟอง ตีให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน
  3. นำชามผสมของเหลวมาเทใส่ชามผสมแป้ง แล้วจึงเริ่มตีผสมกันด้วยความเร็วต่ำ จนแป้งและส่วนผสมของเหลวเป็นเนื้อเดียวกัน (ไม่ต้องเนื้อละเอียดมาก) จึงใส่เนยสด 80 กรัม ตามด้วยเอสพี 5 กรัม พร้อมตีส่วนผสมต่อจนเนื้อเริ่มเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน และให้เช็คว่าถ้าหากส่วนผสมได้ที่แล้วเนื้อแป้งจะนำมาทำเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ แบบไม่ขาดได้
  4. หลังจากนั้นนำแป้งมาพักไว้ พร้อมแร็ปพลาสติกปิด พักแป้งทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีจนแป้งขยายตัวฟูขึ้นเป็นสองเท่า และให้เช็คด้วยวิธีการจิ้มลงไปที่ไปถ้าแป้งที่ขยายไม่เด้งหดกลับตัว แสดงว่าแป้งใช้ได้แล้ว แล้วจึงนำแป้งมาใช้ไม้ทุบเพื่อไล่อากาศออก
  5. ตัดแบ่งแป้งให้ได้ก้อนละประมาณ 50 กรัม แล้วจึงนำมารีดให้เป็นแผ่นแบนแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าเตรียมใส่ไส้
  6. ใส่ไส้หมูหยองที่นำไปผสมกับมายองเนสแล้วเรียบร้อย โดยใส่ไส้ให้ชิดด้านเข้าหาตัว ก่อนจะพันหมุนตัวแป้งให้เป็นก้อน ทำแบบนี้จนครบทุกชิ้น ก่อนจะวางที่ถาดเตรียมอบที่ทาเนยไว้แล้ว พร้อมทาไข่ที่ผสมน้ำจางๆ บนขนมปังก่อนอบ
  7. อบด้วยไฟบน-ล่างอุณหภูมิ 180 องศา ประมาณ 30 นาทีจนได้สีเหลืองทองสวย เมื่อสุกแล้วนำออกจากเตาทาไข่ผสมน้ำอีกรอบ พักจนหายร้อน พร้อมนำเสิร์ฟได้เลย

สรุปเข้าใจหลักวิธีการทำขนมปัง และคุณสมบัติของส่วนผสมต่างๆ ในขนมปัง

อยากทำขนมปังออกมาอร่อยถูกต้อง ก็ต้องเรียนรู้ส่วนผสมหลักให้ครบ แล้วลองนำ 4 เมนูขนมปังที่เราได้แนะนำไปลองทำและฝึกฝนให้บ่อยจนชำนาญ คุณก็จะได้พบกับขนมปังที่มีความอร่อย หอมกรุ่นจากเตา ยิ่งอบเสร็จใหม่ๆ แล้วหยิบมาทานก็จะต้องติดใจแน่นอนค่ะ

สุดท้ายนี้แอดมินว่า เมนูขนมปัง เนื้อนุ่มที่คิดว่าหลายคนต้องชอบและอยากลองทำไว้กินเองสนุกๆ ที่บ้าน ลองใช้หลักการทำงานของยีสต์ที่กล่าวมาข้างต้น ร่วมกับการใช้ประสาทสัมผัสที่มีอยู่ของเรา คิดว่าน่าจะทำให้การทำขนมปังของเพื่อนๆ สนุกขึ้นแน่ๆ เชียวละ

เมนูขนมที่น่าสนใจ by Bread at HÖME

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Bread at HÖME เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า