ช็อกโกแลตมีกี่ประเภท ที่นิยมนำมาทำเบเกอรี่และแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ

ช็อกโกแลต
ช็อกโกแลตนั้นทำมาจากอะไร
ช็อกโกแลตนั้นทำมาจากอะไร

ช็อกโกแลตที่เห็นอยู่ทุกวันนี้มีหลากหลาย ช็อกโกแลตบาร์ ผงโกโก้ ช็อกโกแลตเหรียญ ช็อกโกแลตชิพต่างกันอย่างไร เอาจริงๆคนทำเบเกอรี่ยังสับสนและเลือกใช้ไม่ถูก ซึ่งจริงๆ แล้วนั้นไม่มีอะไรผิดอะไรถูก ชอบแบบไหนก็เลือกใช้กันไป เพียงแต่ต้องรู้ว่าคุณสมบัติของช็อกโกแลตแต่ละตัวเป็นอย่างไร เพราะมาจากผลไม้ชนิดเดียวกัน เรียกว่า ‘คาเคา (cacao)’ หรือ ‘โกโก้ (cocoa)’ นั่นเอง

Bread at HÖME

ขนมปัง , โดนัท , ขนมเค้กของทางเล่น  , พิซซ่าโฮมเมด

ก่อนจะไปทำความรู้จักกับช็อกโกแลตประเภทต่างๆ เรามารู้ที่มาที่ไปของช็อกโกแลตแสนอร่อยที่ทุกคนหลงใหลกันดีกว่า เจ้าช็อกโกแลตนั้นเกิดจากผลหรือฝักโกโก้ (cocoa pod) รูปทรงคล้ายมะละกอ มีสีม่วง เหลือง เขียวบ้าง แล้วแต่พันธุ์ เมื่อผ่าออกมามีเมล็ดโกโก้ที่มีเยื่อสีขาวฉ่ำหุ้มอยู่ สมัยก่อนนิยมนำมาหมักเป็นไวน์โกโก้ ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องดื่มบำรุงกำลังในสมัยนั้นเลยทีเดียว และเมื่อนำเอาเยื่อสีขาวออกก็จะเหลือแต่เมล็ดโกโก้ (cocoa bean) ข้างใน มีสีน้ำตาลเข้ม รสขม ซึ่งเมล็ดโกโก้นั้นก็มีขั้นตอนการผลิตต่อๆ กันไป

ช็อกโกแลตนั้นทำมาจากอะไร ?

การผลิตโกโก้ก็คล้ายคลึงกับการผลิตเมล็ดกาแฟ โดยต้องกระเทาะเปลือกที่แข็งด้านนอกออกจนเหลือแต่ ‘เนื้อโกโก้ (cocoa mass)’ ด้านใน เปลือกแข็งด้านนอกที่หลุดออกมาเรียกว่า ‘cocoa nibs’ รสชาติออกถั่วขมๆ และนำไปทำขนมได้เช่นกัน เนื้อโกโก้ที่ยังคงเป็นของแข็งอยู่นั้นจะถูกนำไปเข้าเครื่องบดหลายระดับจนกลายเป็น ‘ช็อกโกแลตเหลว (liquor chocolate)’ เมื่อไหลผ่านหม้อหมุนและกดอัดเพื่อแยกไขมันออก ก็จะกลายเป็น ‘เนยโกโก้’ หรือ ‘โกโก้บัตเตอร์ (cocoa butter)’ ส่วนที่เหลือเป็นของแข็งแห้งๆ ก็จะนำมาบดเป็น ‘ผงโกโก้ (cocoa powder)’ นั่นเอง 

ประเภทของช็อกโกแลต
ประเภทของช็อกโกแลต

ส่วนพวกดาร์กช็อกโกแลต มิลค์ช็อกโกแลต ไวท์ช็อกโกแลตนั้น เกิดจากการที่นำเอาช็อกโกแลตเหลวที่ยังไม่แยกเนยโกโก้ออก นำมาผสมรวมกับน้ำตาล นมผง และเนยโกโก้ เพิ่มเข้าไปในปริมาณต่างๆ เพื่อให้ได้รสชาติและเนื้อโกโก้ที่ต้องการ และใช้ตัวโปรตีนจากถั่ว (เลซิติน) เป็นตัวช่วยทำให้ส่วนผสมต่างๆ เข้ากันได้ดียิ่งขึ้น ก่อนจะนำเข้าเครื่องผสมให้เนื้อเนียน (conching) และนำมาผ่านการปรับอุณหภูมิเพื่อให้ช็อกโกแลตเซตตัวอยู่ในพิมพ์ (tempering) ออกมาในรูปทรงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแบบแท่ง บล็อก เม็ด หรือแผ่น เป็นต้น

ละลายช็อกโกแลต
ละลายช็อกโกแลต

ประเภทของช็อกโกแลตที่ใช้ในการทำเบเกอรี่ มีอะไรบ้าง?

ประเภทของช็อกโกแลตที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดมีความหลากหลายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นดาร์กช็อกโกแลต มิลค์ช็อกโกแลต ไวท์ช็อกโกแลต ซึ่งช็อกโกแลตทั้ง 3 ประเภทนี้คือช็อกโกแลตแท้หรือที่เรียกว่าช็อกโกแลตกูแวร์ตูร์ และก็ยังมีช็อกโกแลตชิพ คอมพาวด์ช็อกโกแลต ช็อกโกแลตเหล่านี้ล้วนมีหน้าที่และรสชาติที่แตกต่างกันออกไป

อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่นี่ : ขนมเค้กโฮมเมด

ดาร์กช็อกโกแลต [Dark Chocolate]

มีเนื้อโกโก้ 58% ขึ้นไป สูงสุด 99% รสชาติความขมของช็อกโกแลตจึงขึ้นอยู่กับปริมาณเนื้อโกโก้ที่ผสมอยู่ในนั้น ยิ่งเปอร์เซ็นต์เนื้อโกโก้มากเท่าไร ความขมก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น การนำดาร์กช็อกโกแลตมาทำขนม สิ่งที่ควรคำนึงคือเปอร์เซ็นต์ความขมของดาร์กช็อกโกแลต ว่าเหมาะกับการนำมาทำขนมประเภทไหน

ดาร์กช็อกโกแลต
ดาร์กช็อกโกแลต

มิลค์ช็อกโกแลต [Milk Chocolate]

มีเนื้อโกโก้ 38% จึงมีรสหวานกว่าดาร์กช็อกโกแลต คนส่วนมากนิยมกิน นำมากินเล่นมากกว่าจะนำมาทำเป็นขนม เพราะความที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำตาลมากกว่าเนื้อโกโก้จึงทำให้กินง่ายกว่าดาร์กช็อกโกแลต

มิลค์ช็อกโกแลต
มิลค์ช็อกโกแลต

ไวท์ช็อกโกแลต [White Whocolate]

โดยทั่วไปไม่นับว่าเป็นช็อกโกแลต เนื่องจากไม่มีส่วนประกอบของเนื้อโกโก้แม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว มีเพียงแค่เนยโกโก้ น้ำตาล และนมผงเป็นส่วนประกอบ รสชาติที่ได้จึงไม่มีความขมของเนื้อโกโก้ มีเพียงความหวาน เนื้อที่ขาว และกลิ่นที่หอมเหมือนวานิลลา และที่สำคัญ ไวท์ช็อกโกแลตละลายง่าย แต่ก็ไหม้ง่ายเช่นกัน เพราะมีน้ำตาลอยู่เป็นจำนวนมาก การนำไวท์ช็อกโกแลตมาทำขนมจึงต้องระวังข้อนี้เป็นอย่างมาก

ไวท์ช็อกโกแลต
ไวท์ช็อกโกแลต

ช็อกโกแลตชิป [Chocolate Chip]

ช็อกโกแลตอีกรูปแบบหนึ่ง ลักษณะเป็นเม็ดขนาดเล็ก มีเนยโกโก้ต่ำ เพื่อให้คงรูปได้เมื่อถูกความร้อน จึงมักเห็นช็อกโกแลตชิพอยู่ในเนื้อคุกกี้หรือขนมเค้กเพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัส เช่นเดียวกัน ช็อกโกแลตชิพบางยี่ห้อก็มีราคาถูก เพราะใช้ไขมันพืชแทนเนยโกโก้

ช็อกโกแลตชิป
ช็อกโกแลตชิป

ช็อกโกแลตเหลวบริสุทธิ์ [Baking chocolate]

ช็อกโกแลตเหลวบริสุทธิ์หรือที่รู้จักกันในนาม ช็อกโกแลตฝาด เรียกแบบนี้เพราะต้องการให้ผู้บริโภคเข้าใจตรงกันว่า เหมาะกับการนำมาอบ ด้วยเหตุผลที่ว่าในช็อกโกแลตเหล่านี้มีน้ำตาลน้อย หรือไม่ก็มีไขมันพืชผสมอยู่ จึงไม่จำเป็นต้องนำมา temper ให้เซตตัวเหมือนกับ 3 ชนิดแรกด้านบนที่เป็นช็อกโกแลตแท้ (ช็อกโกแลตกูแวร์ตูร์) ซึ่งมีไขมันจากเนยโกโก้อย่างเดียว ช็อกโกแลตประเภทนี้มีหน้าตาหลายแบบทั้งแบบบาร์และชิพ (บ้านเรามักพบแบบชิพมากกว่า) รสชาติคล้ายดาร์กช็อกโกแลต baking chocolate จึงแยกประเภทตามระดับน้ำตาล ดังนี้

  • Unsweetened chocolate เป็นช็อกโกแลตที่ไม่มีน้ำตาล มีเนื้อโกโก้ 99% จึงมีรสค่อนข้างขม
  • Bittersweet chocolate มีน้ำตาลน้อย มีเนื้อโกโก้มากกว่า Semisweet
  • Semisweet chocolate มีรสหวานที่สุดในบรรดา baking chocolate
ช็อกโกแลตเหลวบริสุทธิ์
ช็อกโกแลตเหลวบริสุทธิ์

ช็อกโกแลตผสม [Compound Chocolate]

ช็อกโกแลตผสมบางยี่ห้อเรียกว่า chocolate coating เพราะมีส่วนผสมของไขมันพืชแทนเนยโกโก้ จัดเป็นช็อกโกแลตหาซื้อง่าย ราคาถูก แต่รสชาติไม่อร่อยเท่าช็อกโกแลตกูแวร์ตูร์ จึงไม่นิยมนำมาผสมลงในเนื้อขนม แต่นิยมนำมาตกแต่งหรือเคลือบขนมมากกว่า

ช็อกโกแลตผสม
ช็อกโกแลตผสม

เมื่อเรียนรู้ประเภทของช็อกโกแลตแล้ว สิ่งสำคัญต่อมาก็คือการละลายช็อกโกแลตเพื่อนำมาทำเมนูต่างๆ โดยการละลายช็อกโกแลตนั้นจะใส่ลงไปในหม้อแล้วเปิดไฟให้มันละลายไปเองไม่ได้ เพราะอาจทำให้ช็อกโกแลตไหม้ และเสียรสชาติได้ ข้อควรคำนึงอีกอย่างของการละลายช็อกโกแลตก็คือ ถ้าหากช็อกโกแลตที่จะละลายนั้นเป็นก้อนหรือเป็นบาร์ ให้หั่นหรือสับเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนนำไปละลาย และควรระวังหากช็อกโกแลตที่นำมาละลายมีน้ำตาลอยู่เยอะ อาจทำให้ช็อกโกแลตไหม้ง่าย อย่างไวท์ช็อกโกแลต เป็นต้น

วิธีละลายช็อกโกแลตให้ถูกหลัก เราต้องทำอย่างไร?

หลักใหญ่ใจความคือช็อกโกแลตไม่ควรสัมผัสกับความร้อนโดยตรง เพราะจะทำให้ช็อกโกแลตไหม้ได้ ฉะนั้น สิ่งสำคัญในการละลายช็อกโกแลตก็คือ

  • หากใช้หม้อตุ๋น หรือ ban marie ให้วางอ่างทนความร้อนใส่ช็อกโกแลตบนหม้อน้ำร้อน วิธีนี้เป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้ ช็อกโกแลตไหม้ได้ดีที่สุด เวลาละลายด้วยวิธีตุ๋น ระวังอย่าให้ก้นอ่างสัมผัสน้ำโดยตรง หรือไอน้ำตกลงไปในช็อกโกแลตที่ละลายอยู่ ไม่งั้นช็อกโกแลตจะจับตัวเป็นก้อนๆ แต่ถ้าช็อกโกแลตจับตัวเป็นก้อนแล้ว ให้แก้โดยค่อยๆ เติมของเหลวที่อยู่ในสูตร เช่น น้ำหรือนม ลงไปทีละน้อย ช็อกโกแลตจะกลับมาเหลวเหมือนเดิม
  • ใช้ไมโครเวฟ ให้ใส่ช็อกโกแลตในถ้วยทนความร้อน นำเข้าเตาไมโครเวฟ ไฟกลาง ตั้งเวลาประมาณ 1 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณช็อกโกแลต) หมั่นเปิดออกมา คนเป็นครั้งคราว เพื่อไม่ให้ช็อกโกแลตไหม้ติดถ้วย
  • ใช้เตาอบ ตั้งเตาอบอุณหภูมิ 110 องศาเซลเซียส วางอ่างทนความร้อนใส่ช็อกโกแลตในเตาอบ รอจนช็อกโกแลตละลาย หมั่นเปิดออกมาคนเป็นครั้งคราว

อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่นี่ : เบเกอรี่โฮมเมด

เปอร์เซ็นต์ช็อกโกแลต
เปอร์เซ็นต์ช็อกโกแลต

ช็อกโกแลต เปอร์เซ็นต์ % แบบไหนเหมาะกับการทำอะไร

ขนมแต่ละประเภทที่มีช็อกโกแลตเป็นส่วนประกอบ ใช้เปอร์เซ็นต์ของช็อกโกแลตอย่างแตกต่างหลากหลาย ขนมยอดฮิตอย่างบราวนีมักใช้ดาร์กช็อกโกแลตที่มีเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ 58% – 99% เลยทีเดียว ยิ่งเปอร์เซ็นต์ของช็อกโกแลตมาก ความเข้มข้นของ เนื้อเค้ก ก็จะมากขึ้นไปด้วย และไม่ใช่แค่บราวนีเท่านั้นที่ใช้ดาร์กช็อกโกแลต เค้กช็อกโกแลตต่างๆ ก็ใช้ดาร์กช็อกแลตเป็นส่วนผสมทั้งนั้น รวมทั้งเครื่องดื่มอย่างฮอตช็อกโกแลตด้วย

ในส่วนของมิลค์ช็อกโกแลตกับไวท์ช็อกโกแลต ก็นำมาทำขนมได้เช่นกัน ส่วนมากมิลค์ช็อกโกแลตนิยมนำมาทำเป็นกานาชไว้สำหรับราดหน้าเค้กหรือทาร์ตต่างๆ เพื่อให้มีรสขมอมหวานเล็กน้อย ไวท์ช็อกโกแลตก็เช่นกัน นิยมนำมาผสมกับชีสทำเป็นเมนูยอดฮิตอย่างชีสเค้กไวท์ช็อกโกแลต ที่ได้ความหอมหวานละมุนของไวท์ช็อกโกแลต ตัดกับความเปรี้ยวมันของครีมชีส

อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่นี่ : ชีสมีกี่ชนิด แต่ละประเภท ใช้ทำอะไรได้บ้าง

เก็บรักษาช็อกโกแลตอย่างไรให้มันวาว?

แน่นอนว่าบางครั้งซื้อช็อกโกแลตมาอาจจะใช้ไม่หมดภายใน 1 ครั้ง คำถามที่ตามมาคือเราควรเก็บมันไว้ในตู้เย็นหรือนอกตู้เย็นดี เพราะเวลาไปซื้อเขาก็ไม่ได้ใส่ช็อกโกแลตไว้ในตู้เย็นนี่นา คำตอบที่ดีที่สุดคือ ช็อกโกแลตจะคงสภาพและอยู่ได้ดีที่สุดที่อุณหภูมิดี 18 องศาเซลเซียส

ดังนั้นการเก็บช็อกโกแลตที่ดีคือควรเก็บในตู้เย็นช่องใส่ผักจะดีที่สุด เพราะความเย็นเข้าถึงน้อยที่สุด และสิ่งสำคัญคืออย่าเก็บช็อกโกแลตในอุณหภูมิที่เย็นเกินไป เพราะจะทำให้ช็อกโกแลตเป็นฝ้า เวลานำไปละลายช็อกโกแลตจะไม่มันวาว

หลักการเก็บช็อกโกแลตง่ายๆ คือปิดด้วยพลาสติกแร็ปให้มิดชิด เก็บในอุณหภูมิที่พอเหมาะ และเก็บแยกกับสิ่งของอื่นๆ ที่มีกลิ่นรุนแรง ไม่อย่างนั้นช็อกโกแลตอาจจะดูดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในตู้เย็นได้ เพราะช็อกโกแลตสามารถดูดกลิ่นได้ดีทีเดียว

เมนูแนะนำจาก Bread at HÖME : เค้กช็อกโกแลต 1 ปอนด์ เนื้อบัตเตอร์ครีมใช้เนยแท้ ช็อกโกแลตแท้ โกโก้แท้ CHOCOLATE CAKE

ความแตกต่างระหว่าง Cacao และ Cocoa
ความแตกต่างระหว่าง Cacao และ Cocoa

ความแตกต่างระหว่าง Cacao และ Cocoa

คาเคา (Cacao)

คือ รูปแบบที่บริสุทธิ์ที่สุดของช็อกโกแลต ที่ผ่านการแปรรูปแบบบดเย็น (Cold-Pressed) เพื่อรีดน้ำมันในคาเคาส่วนหนึ่งออก คาเคาที่ผ่านกรรมวิธีการแปรรูปมีหลายรูปแบบ ได้แก่ คาเคานิบส์ (Cacao Nibs) คาเคาเพสต์ (Cacao Paste) และ ผงคาเคา (Cacao Powder)

  • คาเคานิบส์ (Cacao Nibs) มีลักษณะเป็นเม็ดขนาดเล็ก มีสีน้ำตาลเข้ม มาจากการบดหรือทำให้เมล็ดคาเคาหักออกเป็นชิ้นเล็กๆและเต็มไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ไขมัน รวมทั้งไฟเบอร์และสารอาหารเช่นที่มีในเมล็ดคาเคา
  • คาเคาเพสต์ (Cacao Paste) ทำมาจากคาเคานิบส์ ที่ผ่านกรรมวิธีทางความร้อนหลอมช้าๆเพื่อคงคุณค่าสารอาหาร จนกลายเป็นแท่งหรือแผ่น ซึ่งนับว่าบริสุทธิ์กว่าดาร์คชอคโกแลต (dark chocolate) ที่ขายกันทั่วไปเสียอีก

ผงคาเคา คือ (Cacao powder) ทำมาจากส่วนที่เหลือของเมล็ดคาเคาหลังจากการแปรรูป ในขณะที่ 

โกโก้ (cocoa)

ได้จากการถูกแปรรูปโดยการบดในอุณหภูมิสูง ทำให้ไฟเบอร์ ไขมัน และวิตามินหายไปจำนวนมาก แถมส่วนใหญ่จะถูกเอาไปผสมของน้ำตาล นมผง ครีมเทียม และสารปรุงแต่งสารพัด ก่อนบรรจุมาขาย เรียกง่ายๆว่า โกโก้ก็คืออาหารที่ถูกแปรรูปแบบหนึ่ง จนแทบไม่เหลือคุณค่าสารอาหารอะไรไว้ แถมมีน้ำตาลพ่วงมาเนียนๆ ดังนั้นไม่ต้องงงว่าทำไมวันๆไม่กินข้าวกินปลา ซดแต่โกโก้จะร้อนหรือเย็นก็ทำน้ำหนักพุ่งขึ้นได้

คาเคา Cacao ซุปเปอร์ฟู้ดยอดนิยมและประโยชน์ที่โดดเด่น

  • อุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระหลัก ที่ช่วยป้องกันเซลล์ในร่างกายจากการถูกทำลายของอนุมูลอิสระ ที่จะนำไปสู่การเกิดมะเร็ง
  • อุดมไปด้วยฟีเนไทลามีน (Phenethylamine – PEA) ทำให้อารมณ์ดีและช่วยเพิ่มพลังงาน
  • มีเอปิคาเทชิน (Epicatechin – EC) ช่วยลดความเครียด ลดความเสี่ยงของโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท และช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง
  • ช่วยลดน้ำหนัก ควบคุมความดันโลหิตและช่วยปรับระดับคลอเลสเตอรอลในเลือด

ผง คาเคา cacao powder เป็นหนึ่งในสุดยอดอาหารต้านอนุมูลอิสระ ไฟเบอร์ที่ดีต่อร่างกาย เป็นอาหารที่มีแร่ธาตุแมงกานีสสูงที่สุดและเป็น Superfood ที่รับประทานง่ายที่สุด ทำไปใช้ทำได้ทั้งขนม แป้งเค้ก หรือสมูทตี้ทดแทนช็อคโกแลต เอเนอจี้บอล พาวเวอร์บอล บราวนี่ไร้แป้ง เพราะให้รสชาติคล้ายกันแต่ไม่หวาน เหมาะกับคนที่เริ่มต้นอยากรักษาสุขภาพ 

เมนูแนะนำจาก Bread at HÖME : เค้กช็อกโกแลตลาวา สไตล์มินิ Chocolate Lava Cake

ประโยชน์สุขภาพของ คาเคากับโกโก้

เมล็ด คาเคา เป็นผลิตภัณฑ์ที่อุดมไปด้วยสารประกอบจากพืชที่มีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) สารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และยังมีส่วนช่วยในการต้านมะเร็ง รวมถึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพอื่น ๆ อีกด้วย นอกจานนี้ คาเคา ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีธาตุเหล็ก ซึ่งช่วยในการดูดซึมสารอาหารให้แก่ร่างกาย

ที่สำคัญ คาเคา ยังมีสารทริปโตเฟน (Tryptophan) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนจำเป็น ซึ่งได้จากอาหารเท่านั้น เมื่อร่างกายได้รับสารทริปโตเฟน สมองจะเปลี่ยนทริปโตเฟน สารเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย อารมณ์คงที่ หากร่างกายมีสารเซโรโทนินที่ต่ำอาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวลได้

อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่นี่ : ประโยชน์ของช็อกโกแลตนั้นมีมากมาย และมาดูความเชื่อผิดที่ๆ เกี่ยวกับช็อกโกแลตกัน

สำหรับ โกโก้ ก็มีประโยชน์คล้าย ๆ กับ คาเคา แต่อาจจะอยู่ในปริมาณที่ต่ำกว่า สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการรับประทาน โกโก้ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดก็ตามควรตรวจสอบฉลากข้างผลิตภัณฑ์ก่อนเสมอว่า มีปริมาณน้ำตาลและไขมันมากเกินไปหรือไม่ หากต้องการตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพควรเลือกผลิตภัณฑ์ คาเคา แบบไม่มีน้ำตาล หรือดาร์กช็อกโกแลต แต่ต้องรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ หากรับประทานน้ำตาลมากเกินไปอาจเป็นสาเหตุทำให้น้ำหนักขึ้นและฟันผุได้ นอกจากนี้ คาเคา และ โกโก้ ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอื่น ๆ อีกด้วย ดังนี้

  • อุดมไปด้วยโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งช่วยลดการอักเสบและช่วยให้ระดับคอเลสเตอรอลนั้นดีขึ้น
  • มีฟาโวลนอยด์ช่วยลดความดันโลหิต
  • ช่วยปรับปรุงการไหลเวียนของเลือดและลดคอเลสเตอรอล การบริโภค โกโก้ คาเคา นั้นอาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจวาย หัวใจล้มเหลว และโรคหัวใจและหลอดเลือดได้
  • ช่วยให้สมองและการไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น อาจมีส่วนช่วยป้องกันสมองเสื่อมได้
  • ช่วยให้อารมณ์ดี ลดความเครียด
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

สรุป ช็อกโกแลต ที่นิยมนำมาทำเบเกอรี่ มีกี่ประเภทและแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ

ช็อกโกแลต คือ อาหาร ขนม และเครื่องดื่มที่ทำมาจากโกโก้ ซึ่งเป็นผลของพืชชนิดหนึ่งที่มีรสขม การผลิตช็อกโกแลตทำได้โดยนำผลโกโก้มาบดด้วยเครื่องปั่นจนกลายเป็นผง จากนั้นจึงนำผงโกโก้ที่ได้มาผสมกับวัตถุดิบต่าง ๆ เพื่อแต่งเติมกลิ่นและรส โดยเฉพาะรสหวาน เพื่อเพิ่มความน่ารับประทาน โดยการผลิตช็อกโกแลตออกมาในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น เป็นส่วนหนึ่งของอาหาร ขนม เครื่องดื่ม หรือแม้แต่การแต่งกลิ่นน้ำหอมและเครื่องสำอางต่าง ๆ รวมไปถึง เบเกอรี่โฮมเมด ของเราด้วยค่ะ

เมนูขนมที่น่าสนใจ by Bread at HÖME

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Bread at HÖME เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า