ธุรกิจโฮมเมด เริ่มต้นจากความชอบ และอยากทานขนมอร่อยในทุกๆวัน

ธุรกิจโฮมเมด
คำนิยามของธุรกิจโฮมเมด
คำนิยามของธุรกิจโฮมเมด

ใครที่รักการทำขนม แล้วมีไอเดียที่จะทำเบเกอรี่ขาย ในสมัยนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่ยุ่งยากอีกต่อไปแล้ว เพราะคุณสามารถเริ่มต้นขายเป็นธุรกิจเล็กๆ จากครัวที่บ้าน หรือโฮมเมดเบอเกอรี่ และอาศัยการวางแผนการขายที่ดี ก็ช่วยให้ธุรกิจการทำเบอเกอรี่ขายเติบโตขึ้นได้ในเวลาอันรวดเร็ว

สำหรับคนที่กำลังอยากจะทำเบเกอรี่ขาย บทความนี้จะช่วยให้คุณเตรียมตัว ก่อนเริ่มเป็นเจ้าของธุรกิจเบเกอรี่ ตั้งแต่การวางแผนก่อนเปิดธุรกิจ ไปจนถึงแผนการขาย ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ตามต้องการ

Bread at HÖME

ขนมปัง , โดนัท , ขนมเค้กของทางเล่น , พิซซ่าโฮมเมด

เริ่มต้นธุรกิจโฮมเมดง่ายๆ ด้วยโฮมเมดเบอเกอรี่

โฮมเมดเบเกอรี่ (Homemade Bakery) เป็นอีกหนึ่งไอเดียในการทำเบเกอรี่ขายที่เริ่มต้นได้จากครัวที่บ้าน ด้วยการทำเมนูขนมที่คุณทำเองด้วยเตาอบที่บ้าน ทำให้คุณสามารถเลือกวัตถุดิบที่ดี และรักษาคุณภาพของขนมได้ด้วยตัวเอง โฮมเมดเบเกอรี่ โดยเมื่อทำขายแล้ว ลูกค้าก็จะได้ทานขนมอบที่ดี มีความสดใหม่ อร่อย มีคุณภาพ เหมือนกับที่คุณทำทานเองที่บ้าน

ธุรกิจโฮมเมดยังคงเป็นอะไรที่สามารถทำเงินได้อย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่ายังคงอยู่ในความฝันของใครหลายๆ คนที่กำลังอยากเป็นมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เนื่องจากเบเกอรี่เป็นเมนูอาหารที่ได้รับความนิยมสูง อีกนัยหนึ่งยังเป็นงานศิลปะที่หลายคนชื่นชอบอีกด้วย และหลายท่านน่าจะคุ้นหูกับคำว่า เค้กโฮมเมด เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก

ทำธุรกจโฮมเมดขายในยุคนี้ดียังไง?

  • หากว่าคุณรักในการทำขนมอบ หรือเบเกอรี่ในหลากหลายเมนู คุณก็สามารถสร้างรายได้จากการทำในสิ่งที่คุณหลงใหล พอทำแล้วมีความสุข ก็จะส่งผลให้คุณมีไอเดียในการต่อยอดที่มากขึ้น
  • คุณจะได้ใช้ไอเดีย และนำเสนอไอเดียของขนมอบได้อย่างหลากหลาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เมนูเบเกอรี่ที่คุณทำขายมีเอกลักษณะเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาที่น่ารักประทาน หรือรสชาติที่อร่อยไม่เหมือนใคร
  • ขนมอบที่ได้มีความสดใหม่ เพราะคุณได้ควบคุมคุณภาพเองทุกชิ้น ทุกขั้นตอน แถมวัตถุดิบที่เลือกใช้ก็ได้คุณภาพตามที่คุณต้องการ
  • เริ่มต้นในการทำได้ไม่ยากอีกต่อไป จากที่สมัยก่อนอาจจะต้องมีหน้าร้าน ต้องลงทุนเช่าที่ ลงทุนทำครัว จ้างพนักงาน แต่ในตอนนี้คุณสามารถเริ่มทำจากเล็กๆ เองได้จากครัวที่บ้าน แล้วใช้การตลาดยุคใหม่ในการขาย ก็สร้างรายได้ให้กับคุณแล้ว
  • มีความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจ โดยคุณอาจสามารถเลือกระยะเวลาในการทำเบเกอรี่ขาย ได้ตามความสะดวกของคุณ ซึ่งสัปดาห์หนึ่งอาจจะไม่ต้องขายทุกวัน ก็ช่วยให้คุณมีเวลาว่างในการทำอย่างอื่นที่คุณต้องการได้
  • มีลูกค้าหรือตลาดที่รองรับขนมที่อร่อยอยู่เสมอ หากว่าคุณมั่นใจในฝีมือของตัวเอง และไม่หยุดพัฒนา ก็จะทำให้ธุรกิจเล็กๆ เติบโตได้ในอนาคตแน่นอน

ธุรกิจโฮมเมดและคำนิยามของเค้กโฮมเมด

นิยามของคำว่า เค้กโฮมเมด นั้นก็คือการทำเค้กด้วยตัวเอง ภายในบ้านของตัวเอง แตกต่างจากการรับเค้กสำเร็จมาจำหน่ายต่อเพื่อสร้างกำไร ดังนั้น ธุรกิจโฮมเมด ที่เกี่ยวกับการจำหน่ายเค้กโฮมเมดนั้น ผู้ขายจะต้องทำหน้าที่มากกว่าการขาย แต่จะต้องลงมือเองทุกขั้นตอนตั้งแต่การผลิต หรือเรียกได้ว่าเป็นทั้งผู้ขายและเป็นทั้งผู้ผลิตในคราวเดียวกัน สามารถผลิตได้ในบ้านไม่จำเป็นต้องมีโรงงาน และสามารถเรียนรูปวิธีการทำได้จากสื่อการสอนต่างๆ อาทิ หนังสือ อินเตอร์เน็ต เป็นต้น ไม่จำเป็นต้องลงคอร์สเรียน วัตถุดิบที่ใช้ต่างๆ จะมีคุณภาพสูงกว่าวัตถุดิบผลิต เค้ก ในโรงงาน

ธุรกิจโฮมเมดเปรียบเทียบการขายเค้กโฮมเมด & รับเค้กมาขาย

หากเปรียบเทียบระหว่างการขาย เค้กโฮมเมด และการรับ เค้ก มาขาย ก็มีข้อดีและข้อด้อยแตกต่างกันออกไป ซึ่งเหมาะและสอดคล้องกับผู้ลงทุนแต่ละรายที่แตกต่างกัน

1.เวลา

ในเรื่องของเวลา หากเปรียบการทำธุรกิจเบเกอรี่เค้กโฮมเมดกับการรับเค้กมาขาย เชื่อว่าการรับเค้กมาขายจะได้เปรียบกว่าการขายเค้กโฮมเมดอยู่มาก เนื่องจากการรับเค้กมาขายนั้นผู้ประกอบการไปต้องเสียเวลามานั่งทำเองให้ยุ่งยาก การเริ่มต้นธุรกิจก็ไม่ต้องเรียนรู้วิธีทำ สามารถหาแหล่งจำหน่ายเค้กราคาส่งและรับมาขายได้เลย แต่การขายเค้กโฮมเมดจะต้องเรียนรู้ตั้งแต่วิธีการทำ เรียนรู้เรื่องแหล่งวัตถุดิบ ทำให้การเริ่มต้นธุรกิจใช้เวลาค่อนข้างมาก อีกทั้งระหว่างการขายซึ่งต้องผลิตสินค้าด้วยตัวเอง ก็สิ้นเปลืองเวลามากกว่าการรับเค้กมาขายเช่นกัน

2.ต้นทุน

ด้านต้นทุน หากเปรียบเทียบการลงทุนในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ การลงทุนของเค้กโฮมเมดจะสูงกว่าการรับเค้กมาขาย เนื่องจากการขายเค้กโฮมเมดต้องมีในเรื่องของอุปกรณ์และวัตถุดิบ ขณะที่การรับเค้กมาขายไม่ต้องลงทุนในส่วนนี้เลย แต่ในด้านต้นทุนของสินค้า เนื่องจากการทำเค้กโฮมเมดขายเป็นการซื้อวัตถุดิบมาผลิตเป็นเค้กเพื่อจำหน่าย ต้นทุนต่อหน่วยย่อมต่ำกว่าการรับเค้กมาขาย เช่น ซื้อวัตถุดิบมา 200 บาท สามารถผลิตเค้กได้ 20 ชิ้น ต้นทุนต่อหน่วยอยู่ที่ 10 บาทต่อชิ้น แต่การรับเค้กมาขายอาจมีต้นทุนอยู่ที่เค้กชิ้นละ 20 บาท ในขณะที่รูปร่างและขนาดของสินค้าไม่แตกต่างกัน เป็นต้น แต่ถ้าหากต้นทุนต่อหน่วยของเค้กนั้นเท่ากัน เค้กโฮมเมดย่อมมีคุณภาพที่สูงกว่า

3.คุณภาพ

ด้านคุณภาพเห็นได้ชัดเจนว่าการดำเนินธุรกิจเบเกอรี่ในสินค้าเค้กโฮมเมดย่อมมีคุณภาพมากกว่าการธุรกิจเบเกอรี่แบบรับมาขายไป เนื่องจากเค้กโฮมเมดผู้ประกอบการสามารถคัดเลือกวัตถุดิบได้ด้วยตนเอง ควบคุมการผลิตเอง ทำให้ได้สินค้าที่สดสะอาดและได้มาตรฐานมากกว่าการรับมาขาย กลุ่มลูกค้าส่วนมากยังให้ความนิยมในสินค้าโฮมเมดมากกว่าอีกด้วย

ตลาดธุรกิจโฮมเมด
ตลาดธุรกิจโฮมเมด

4.ความยากง่าย

ความยากง่ายในการดำเนินธุรกิจเบเกอรี่เค้กโฮมเมดย่อมซับซ้อนกว่าการการรับเค้กมาขายมาก เพราะต้องเริ่มต้นตั้งแต่การจัดหาอุปกรณ์การทำ จัดหาวัตถุดิบราคาต่ำแต่มีคุณภาพที่พึงพอใจ ต้องเรียนรู้วิธีการผลิตสินค้าด้วยตนเอง และต้องผลิตเองทุกขั้นตอน ทำให้ความยากมีมากกว่าการรับเค้กมาขายค่อนข้างมาก

วัตถุดิบที่มีคุณภาพ
วัตถุดิบที่มีคุณภาพ

5.กำไร

กำไรต่อหน่วยสำหรับการขายเค้กโฮมเมดย่อมสูงกว่าการรับเค้กมาขาย เนื่องจากต้นทุนต่อหน่วยต่ำกว่า ทำให้ได้กำไรมากกว่า อีกทั้งในเรื่องของคุณภาพสินค้าที่ในหลายๆ ครั้ง ยังสามารถอัพราคาได้สูงอีกด้วย เมื่อเปรียบเทียบกับเค้กคุณภาพโรงงานย่อมตั้งราคาขายได้สูงกว่ามาก ทำให้ได้กำไรมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น เค้กโฮมเมดที่รับสั่งตามออร์เดอร์ เป็นต้น ที่สามารถอัพราคาได้สูง และลูกค้ายินดีจ่าย

ใจรักในการทำเบเกอรี่
ใจรักในการทำเบเกอรี่

ข้อดีของการขายธุรกิจโฮมเมด

  1. สินค้าสดใหม่และสะอาด
  2. สามารถควบคุมการผลิตได้ด้วยตนเอง
  3. สามารถทำในบ้านของตัวเองได้และขายผ่านออนไลน์ ไม่ต้องเสียค่าเช่าที่
  4. สามารถดีไซน์ผลงานได้ตามใจชอบ
  5. สินค้ามีมูลค่าสูง สามารถอัพราคาเพิ่มกำไรได้ เช่น เค้กสั่งทำตามออร์เดอร์
  6. เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพได้ด้วยสินค้าสดใหม่ ไม่ใช่สารกันเสีย และสินค้าที่สะอา

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องราวของการทำธุรกิจโฮมเมด เพื่อสร้างอาชีพหลักและอาชีพเสริมที่เหมาะสมกับผู้ประกอบการแต่ละราย

ตลาดธุรกิจโฮมเมดแบ่งหลักๆ ได้ 3 แบบดังนี้

จะว่าไปแล้วตลาดเบเกอรี่โฮมเมดมีการแข่งขันสูงพอสมควร เพราะนับวันจำนวนผู้ประกอบการจะมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งส่วนที่เป็นธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ เบเกอรี่ถุงเล็กๆ ที่วางขายตามร้านค้าริมทาง ไปจนถึงร้านเบเกอรี่โฮมเมดขนาดใหญ่ที่มีสาขามากมาย หลายๆ ร้านต่างงัดกลยุทธ์ในการดึงดูดลูกค้าออกมาแข่งขันกันตลอดเวลา ทั้งแข่งกันที่รูปแบบและความแปลกใหม่ของขนม ไปจนถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและเหมาะสำหรับการให้เป็นของขวัญในเทศกาลต่างๆ

ตลาดธุรกิจโฮมเมดแบ่งได้กว้างๆ เช่น

1. ตลาดระดับบน

มักเป็นเบเกอรี่ที่มีราคาแพง แหล่งจำหน่ายถึงมักอยู่ในห้างสรรพสินค้า เน้นความสวยงามของตัวสินค้าและบรรจุภัณฑ์ ตราสินค้าเป็นที่รู้จักคุ้นหู มีสาขากระจายอยู่ทั่วไป ลูกค้าจะเป็นกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา กลุ่มคนทำงาน กลุ่มคนที่นิยมเดินช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า ซึ่งขนมกลุ่มนี้จะมีราคาแพง โดยจะอยู่ที่ราคาประมาณ 30-60 บาท

ขนมที่จัดอยู่ในตลาดบน ส่วนใหญ่มักจะมีช่องทางจำหน่ายเป็นหลักแหล่งและครอบคลุมพื้นที่กลุ่มเป้าหมาย โดยสิ่งสิ่งที่เจ้าของร้านเบเกอรี่โฮมเมดระดับบนใกจะทำกันอย่างที่เห็นกันบ่อยๆ คือ การจัดโปรโมชั่นทางการตลาด เช่น ลดราคา โปรโมตสินค้าใหม่ ตามวาระหรือเทศกาลต่างๆ เพื่อช่วยให้กระตุ้นยอดขายไม่ให้ตกนั่นเอง

และเพื่อการพัฒนาปรับปรุงกิจการให้เข้ากับสถานการณ์ อาจจำเป็นที่จะต้องใช้บริการแอพพลิเคชั่นในการหารายได้เพิ่มจากยอดการสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ด้วย

2. ตลาดระดับกลาง

ราคาขายจะถูกลงกว่า โดยกลุ่มเป้าหมายจะเป็นกลุ่มที่ชอบับประทานเบเกอรี่แต่ไม่ได้มีกำลังซื้อมากนัก เรื่องคุณภาพอาจไม่ได้กว่าระดับบน ซึ่งอาจไม่ได้เน้นวางขายตามห้างสรรพสินค้า แต่จะกระจายสิสนค้าไปตามพื้นที่อื่นๆ รวมทั้งในร้านอาหาร ร้านกาแฟ ราคาขายจะอยู่ที่ประมาณ 20-40 บาท

ส่วนช่องทางการขายกลุ่มนี้จะมีความหลากหลายมากกว่าเพราะสามารถกระจายสินค้าครอบคลุมพื้นที่และหลากหลายมากขึ้น เช่น ฝากขายตามร้านของฝาก ของที่ระลึก ร้านเครื่องดื่ม มินิมาร์ท หรืออาจมองหากลุ่มลูกค้าประเภทรับจัดเลี้ยง โรงแรม เป็นต้น

สำหรับลักษณะของกลุ่มผู้บริโภคตลาดระดับนี้ คือ จะเลือกบริโภคขนมที่อร่อย รสชาติถูกปากราคาไม่สูงเกินไป ดังนั้น หากคุณสาสามารถสร้างจุดขายเป็นของตัวเอง เพื่อเป็นการสร้างฐานลูกค้าของคุณให้เกิดขึ้น

สำหรับกลุ่มนี้ การปรับตัวของกิจการอาจจะทำการประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดีย การไลฟ์สดนำเสนอสินค้า หรืออาจสามารถเพิ่มช่องทางการขายได้ด้วยการเชื่อมต่อกับแอบพลิเคชั่นเดลิเวอรี่ได้อีกช่องทางหนึ่งด้วย

3. ตลาดระดับล่าง

สำหรับเบเกอรี่ที่จัดอยู่ในระดับล่าง มักไม่ได้เน้นเรื่องแบรนด์สินค้า บางรายอาจเพียงแค่ใส่ขนมลงในถุงพลาสติกแล้วติดป้ายราคาไว้เท่านั้น หรือก็มีบ้างสำหรับตราสินค้าและเบอร์โทรศัพท์ที่แนบไว้ มักวางขายทั่วไปตั้งแต่ในร้านขายของชำ ไปจนถึงร้านค้าเล็กๆ ตามท่ารถโดยสาร ราคาไม่แพงเพราะอาจใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพด้อยลงมาเล็กน้อย โดยทั่วไปราคาจะอยู่ที่ประมาณ 10-30 บาท

ลักษณะการซื้อขายสินค้าในตลาดนี้อยู่ที่การเน้นขายจำนวนครั้งละมากๆ มีประเภทของขนมให้เลือกไม่มากนัก เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องต้นทุน ดังนั้น ผู้ที่คิดจะผลิตขนมเบเกอรี่ป้อนตลาดกลุ่มนี้ ควรมุ่งสร้างความพอใจในเชิงปริมาณ และราคาการต่อรองไปยังกลุ่มลูกค้าเฉพาะ เช่น ร้านค้าขายส่งทั่วไป

สรุป ธุรกิจโฮมเมด เริ่มต้นจากความชอบ และอยากทานขนมอร่อยในทุกๆวัน

การเริ่มต้นธุรกิจโฮมเมดที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย เบเกอรี่โฮมเมด นั้นต้องมีความคิดริเริ่มมีวินัยและความเฉียบแหลมทางธุรกิจที่หลายคนไม่มี ธุรกิจที่บ้านที่ประสบความสำเร็จซึ่งได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องและได้รับการคุ้มครองจากเครื่องหมายการค้าและการละเมิดลิขสิทธิ์สามารถขายในตลาดธุรกิจแบบเปิดให้กับบุคคลอื่นที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจประเภทเดียวกันของตนเอง สามารถใช้วิธีการต่างๆเพื่อค้นหาและขายธุรกิจโฮมเมดของคุณให้กับผู้ซื้อที่มีศักยภาพ

เมนูขนมที่น่าสนใจ by Bread at HÖME

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Bread at HÖME เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า