ชวนมาดู ประโยชน์ของส้ม และ ประโยชน์ของเปลือกส้ม ผลไม้ ที่ทานได้ทั้งลูก สรรพคุณมากล้น สารพัดที่อยากบอกต่อ มีอะไรบ้าง

ประโยชน์ของส้ม
ประวัติของส้ม
ประวัติของส้ม

ผลไม้ที่มีให้กินทุกฤดูและราคาไม่แพงแถมยังอร่อย หลายคนก็นึกถึงส้มเป็นอันดับแรก ๆ และใช่ค่ะ ส้มเป็นผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพ มีไฟเบอร์สูง มีวิตามินซี และสรรพคุณของส้มยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะจริง ๆ แล้ว ประโยชน์ของส้มเขาก็เยอะตั้งแต่เนื้อไปยันเปลือกเชียวล่ะ

 ส้มเป็นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอมหวานสามารถนำมาทำเครื่องดื่มให้ความสดชื่นกับร่างกายได้ นอกจากนี้ส้มยังมีคุณค่าทางอาหารไม่น้อยและประโยชน์อีกหลากหลายอย่าง จึงสามารถบอกได้ว่าส้มเป็นผลไม้สารพัดประโยชน์ เรามาดูกันดีกว่าประโยชน์ของส้มและประโยชน์ของเปลือกส้มนั้นมีอะไรบ้าง

Bread at HÖME

ขนมปัง , โดนัท , ขนมเค้กของทางเล่น , พิซซ่าโฮมเมด

ประวัติของส้ม

 

ส้มเป็นผลไม้ที่มีการเพาะปลูกมาหลายพันปี โดยส้มที่อยู่ในตระกูลซิตรัสเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อนของทวีปเอเชีย รวมไปถึงในหมู่เกาะมลายู ส่วนในไทยมีหลักฐานเป็นรายงานที่กล่าวถึงส้มชนิดต่าง ๆ คือ ส้มโอ ส้มแก้ว และมะกรูด โดยเป็นรายงานที่มีต้นฉบับเป็นภาษาฝรั่งเศส แปลและจัดพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2236

  • ส้มเขียวหวาน มีเนื้อหวาน เหมาะกับการคั้นกินสด ๆ มีเปลือกบางและคั้นดื่มง่าย
  • ส้มเกลี้ยง ถิ่นกำเนิดจากจีน เป็นหนึ่งในตระกูลส้มที่นิยมปลูกกันมากในไทย เหมาะแก่การใช้ทำบุญหรืองานเทศกาลต่าง ๆ
  • ส้มเช้งหรือส้มตรา ส้มพื้นเมืองของชาวจีนและจัดว่าเป็นผลไม้มงคลในการประกอบพิธีต่าง ๆ ใช้กินสด ๆ หรือทำเป็นน้ำผลไม้
  • ส้มแก้ว ปลูกมากในจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นส้มที่มีขนาดใหญ่รองจากส้มโอ นิยมใช้ทำน้ำส้มคั้น และเป็นผลไม้เซ่นไหว้ในช่วงเทศกาลต่าง ๆ
  • ส้มจุก มีรสชาติหวานอ่อน ๆ เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน หรือผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก
  • ส้มจีน ผลไม้มงคลสำหรับคนจีน สีเหมือนทอง นิยมนำมาไหว้เจ้าหรือบรรพบุรุษ
  • ส้มจี๊ด ไม่นิยมนำมากินเพราะมีรสเปรี้ยวมาก แต่คนจีนนิยมนำมาอบแห้ง
  • ส้มโอ สามารถนำมาทำอาหารได้หลายชนิดทั้งคาวและหวาน
  • ส้มซันคิสต์ รสชาติเข้มข้น เปลือกมีกลิ่นหอม นิยมใช้เปลือกมาทำขนม เช่น แยม คุกกี้
  • เลมอน มีรสเปรี้ยวหวานนิด ๆ เป็นที่นิยมของต่างประเทศ
  • มะนาว ก็จัดอยู่ในตระกูลส้มเหมือนกันและจัดว่ามีรสเปรี้ยวมากที่สุด
  • มะกรูด นิยมนำกลิ่นหอมจากเปลือกมาใช้ในการปรุงอาหาร แต่น้ำมะกรูดก็นำมาใช้ทำยาสระผมได้เหมือนกั

เมนูแนะนำ : เค้กส้ม ขนาด 1 ปอนด์ หน้านิ่ม ราดซอสส้มจัดเต็ม

ลักษณะของส้ม

ส้ม (Orange) ผลไม้ยอดฮิตตลอดกาล จัดเป็นผลไม้ตระกูล Citrus ให้รสชาติเปรี้ยวหวาน ที่ยังอุดมไปด้วยวิตามินต่าง ๆ ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายของเรา แล้วส้มมีวิตามินอะไรบ้าง ? เช่น วิตามินซี วิตามินเอ (บีตา-แคโรทีน) วิตามินบี วิตามินดี ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และคอลลาเจน

นอกจากนี้ยังมีใยอาหารที่ช่วยในระบบขับถ่ายอีกด้วย สำหรับสรรพคุณของส้มในเรื่องอื่น ๆ เช่น ช่วยรักษาเลือดออกตามไรฟัน ช่วยล้างสารพิษในร่างกายด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น

สำหรับการกินส้มนั้นสามารถกินได้ทุกเพศทุกวัยไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตาม แต่ทั้งนี้เด็กต้องอายุมากกว่า 6 เดือนและการให้ดื่มน้ำส้มนั้นควรจะผสมน้ำเปล่าไปด้วยในปริมาณครึ่งต่อครึ่ง ทั้งนี้เพื่อลดการระคายเคืองสำหรับเด็ก

เพราะส้มนั้นจะมีรสชาติเข้มข้น และการผสมน้ำก็เป็นอีกวิธีสำคัญที่ทำให้เด็กไม่ติดกินหวานได้ดีอีกด้วย และถัดมาสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานหรือโรคไต หรือคิดว่ากำลังจะลดความอ้วน ควรกินด้วยความระมัดระวัง

เพราะส้มมีน้ำตาลและโพรแทสเซียมสูง แต่ถ้าจะกินควรเลือกกินเพราะว่าส้มมันมีกากใยมากกว่าคิดว่าเป็นน้ำส้มคั้น ส้มมีวิตามินซีเท่าไร ?

ผลส้มสด 100 กรัม จะมีบีตา-แคโรทีน 82 ไมโครกรัม และวิตามินซี 50 มิลลิกรัม ส้ม 1 ผลโดยทั่วไปจะมีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 140 กรัม ก็เท่ากับว่าส้ม 1 ลูกมีวิตามินซี 70 mg. และมีบีตา-แคโรทีน 115 mcg. นั่นเอง

“โดยการกินส้มวันละผลถือเป็นสิ่งที่ดี และยังช่วยป้องกันโรคมะเร็งบางชนิดได้อีกด้วย”

สำหรับส้มเขียวหวานนั้น มีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการเพาะเมล็ดและขยายพันธุ์ของส้มแก้ว หรือมีต้นกำเนิดจากพันธุ์ที่ชาวจีนนำเข้ามาปลูกในภาคกลางเมื่อประมาณร้อยกว่าปีมาแล้ว และนับจากนั้นก็มีการขยายพันธุ์ส้มเขียวหวานไปปลูกในภาคอื่น ๆ และที่เรียกส้มเขียวหวานเพราะเมื่อผลแก่จัดจะมีสีเขียว แต่เนื้อส้มข้างในมีรสหวานอร่อยนั่นเอง

เมนูแนะนำ : เค้กส้มลาวา สไตล์มินิ

ประโยชน์และสรรพคุณของส้ม

คุณค่าทางสารอาหารของส้มก็มีไม่น้อยดังข้อมูลข้างต้น คราวนี้เรามาดูกันค่ะว่าสรรพคุณของส้มจะเจ๋งเบอร์ไหน

อ่านเพิ่มเติมเรื่องประโยชน์จากผลไม้ : 7 ประโยชน์ของสตรอเบอรี่ เพื่อสุขภาพมีอะไรบ้าง ถึงได้เป็นเทพีแห่งผลไม้

1. ผลไม้แก้ท้องผูก

ส้มเป็นหนึ่งในผลไม้แก้ท้องผูกได้ เพราะมีใยอาหารสูง ช่วยในระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย โดยกินส้ม 1 ผลใหญ่ก็จะได้ใยอาหาร 2.0 กรัมแล้วนะคะ

2. กระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย

ด้วยความที่ส้มพกวิตามินซีมาไม่น้อย จึงทำให้ส้มจัดเป็นผลไม้กระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยป้องกันอาการป่วยเบสิก ๆ ไปจนถึงอาการป่วยที่หนักหนาได้ เพราะเมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดี เราก็จะป่วยยาก เชื้อโรคและไวรัสต่าง ๆ ก็มีโอกาสจู่โจมเราได้น้อยนั่นเอง

ประโยชน์และสรรพคุณของส้ม
ประโยชน์และสรรพคุณของส้ม

3. ปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด

น้ำตาลฟรุกโตสในเนื้อส้มมีส่วนช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูงหลังจากกินส้มเข้าไป อีกทั้งไฟเบอร์ในส้มยังช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกทาง จึงจัดว่าส้มเป็นผลไม้ช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือดอีกชนิดหนึ่ง

4. ช่วยลดความดันโลหิต

ส้มเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม และยังมีปริมาณโซเดียมค่อนข้างต่ำ จึงช่วยในกระบวนการไหลเวียนโลหิตได้ดี ทำให้ร่างกายควบคุมความดันโลหิตได้อย่างสมดุล และยังช่วยลดความดันเลือดในคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงด้วยนะคะ

ประโยชน์และสรรพคุณของเปลือกส้ม
ประโยชน์และสรรพคุณของเปลือกส้ม

5. ลดคอเลสเตอรอลในเลือด

ในเนื้อส้มเองก็ไม่มีคอเลสเตอรอล ขณะที่วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระที่มีในเนื้อส้มก็ยังมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้ โดยสารต้านอนุมูลอิสระจะเข้าไปปกป้องหลอดเลือดไม่ให้อนุมูลอิสระเข้ามาเกาะและก่อให้เกิดไขมันพอกพูนไปเรื่อย ๆ จนก่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหัวใจ เป็นต้น

6. บำรุงหัวใจ

โพแทสเซียมในส้มคือส่วนสำคัญที่ช่วยให้หัวใจทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ในส้มยังมีวิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ดีต่อการทำงานของหัวใจ ช่วยให้หัวใจเต้นในจังหวะปกติ และช่วยในการไหลเวียนของเลือดให้เป็นไปอย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

ประโยชน์และสรรพคุณของเปลือกส้ม
ประโยชน์และสรรพคุณของเปลือกส้ม

7. ลดความเสี่ยงโรคนิ่วในไต

มีการศึกษาพบว่า น้ำส้ม มีส่วนช่วยลดการเกิดนิ่วในไต โดยโพแทสเซียมในส้มจะช่วยยับยั้งการเกิดนิ่วต่าง ๆ ในร่างกาย และช่วยให้นิ่วถูกขับถ่ายออกมาพร้อมของเสีย ลดความเสี่ยงโรคนิ่วในไตและนิ่วในอวัยวะอื่น ๆ ได้

8. ยับยั้งการเกิดแผลเปื่อย

การศึกษาในวารสาร American College of Nutrition พบว่า คนที่ร่างกายได้รับวิตามินซีสูงจะมีโอกาสเกิดแผลเปื่อยได้น้อยกว่าคนที่ร่างกายได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอต่อความต้องการ และส้มก็เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีมากถึง 89% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวันเชียวนะคะ

เค้กส้มมินิลาวา
เค้กส้มมินิลาวา

9. ลดความเสี่ยงโรคสโตรก

อาการสโตรก (Stroke) เกิดจากการที่หลอดเลือดตีบ แตก ตัน ซึ่งการศึกษาจากมูลนิธิโรคหัวใจแห่งอเมริกา พบว่า การรับประทานผลไม้ประเภทซิตรัสอย่างส้มและเกรปฟรุตมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคสโตรกในผู้หญิงได้ถึง 19% เมื่อเทียบกับอาสาสมัครที่กินผลไม้ในกลุ่มซิตรัสน้อยกว่า

10. ป้องกันมะเร็ง

ในเนื้อส้มมีสารต้านอนุมูลอิสระประเภทฟลาโวนอยด์ค่อนข้างสูง ซึ่งเจ้าสารตัวนี้มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ อีกทั้งเนื้อส้มที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ก็ยังจะช่วยขับเอาของเสียที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ออกมา จึงช่วยลดโอกาสเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกทาง

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่า สารซิตรัสในส้มสามารถต้านการเกิดมะเร็งช่องปาก มะเร็งผิวหนัง มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม และมะเร็งกระเพาะอาหารได้ด้วย

11. ลดความเสี่ยงโรคจอประสาทตาเสื่อม

มีงานวิจัยที่เผยว่า เพียงกินส้มวันละผลก็ช่วยลดโอกาสเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ ส่วนรายละเอียดจะเป็นยังไง ลองอ่านกันเลย

12. ส้มช่วยบำรุงผิว

สารต้านอนุมูลอิสระผสานกับพลังแห่งวิตามินซีมีส่วนช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกแสงแดดทำร้าย ปกป้องผิวจากมลพิษ ช่วยลดการเกิดริ้วรอย และช่วยบำรุงเซลล์ผิวให้แข็งแรง ทำให้ผิวดูกระชับตึงมากขึ้น เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารตั้งต้นของคอลลาเจนนั่นเอง

ประโยชน์และสรรพคุณของเปลือกส้ม

ส้มเป็นผลไม้ที่หากินได้แทบทุกฤดู แถมยังเป็นผลไม้รสชาติหวาน หอม นำมาทำเมนูเครื่องดื่ม ขนมหวาน หรือจะกินเป็นผลไม้ให้ความสดชื่นก็ได้ แต่เชื่อไหมคะว่ามีสิ่งหนึ่งที่หลายคนทำพลาดกับการกินส้มมานับครั้งไม่ถ้วน นั่นคือการกินแต่เนื้อส้ม ส่วนเปลือกส้มก็ทิ้งไปไม่ไยดี สงสัยคุณจะไม่รู้ล่ะสิว่าเปลือกส้มมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขนาดนี้แน่ะ

มาดูโภชนาการในเปลือกส้มกันก่อน

ประโยชน์ของผลส้ม เราน่าจะพอรู้กันอยู่ว่าส้มมีวิตามินซีสูง แต่ในส่วนของเปลือกส้มมีใครรู้บ้างว่าเปลือกส้มก็มีวิตามินซีสูงกว่าผลส้มเกือบ 2 เท่า แถมยังมีแคลเซียมอยู่ประมาณ 1.5 กรัมเลยทีเดียว

อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมแร่ธาตุต่าง ๆ ทั้งโพแทสเซียม แมกนีเซียม วิตามินบี 2 วิตามินเอ ที่สำคัญในเปลือกส้มปริมาณ 100 กรัม ยังมีแคลเซียมสูงถึง 161 มิลลิกรัม ซึ่งนับว่ามากกว่าเนื้อส้มในปริมาณเท่า ๆ กันที่มีแคลเซียมอยู่ประมาณ 40 มิลลิกรัมเท่านั้น

นอกจากนี้เปลือกส้มยังมีสีสันสดใส ซึ่งก็แน่นอนว่าต้องมีบีตา-แคโรทีนแฝงอยู่ในเปลือกสีส้ม ๆ อย่างจัดเต็มเลยทีเดียว

เมนูแนะนำ : สตรอเบอร์รีช็อตเค้กเกาหลี สไตล์มินิ

มาดูประโยชน์ของเปลือกส้ม มีคุณประโยชน์ดี ๆ กับร่างกายเราถึงขนาดนี้เลยนะ

1. บำรุงสุขภาพฟันและกระดูก

พบว่า ในเปลือกส้มประมาณ 100 กรัม จะมีปริมาณแคลเซียมสูงถึง 161 มิลลิกรัม ซึ่งมีแนวโน้มจะช่วยบำรุงกระดูกและฟันของเราได้สบาย ๆ

2. คลายเครียด

กลิ่นส้มเป็นกลิ่นซิตรัสที่มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องของการช่วยผ่อนคลายระบบประสาทของร่างกายได้ โดยแค่นำเปลือกส้มมาคั้นให้น้ำมันหอมระเหยในเปลือกส้มไหลออกมา จากนั้นจะนำมาสูดดมเติมความสดชื่น หรือนำมานวดแก้ปวดเมื่อยตามร่างกายก็แล้วแต่สะดวก

3. แก้นอนไม่หลับ

กลิ่นซิตรัสจากน้ำมันหอมระเหยในเปลือกส้มมีผลต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง ซึ่งจะมีฤทธิ์คล้ายกับยากล่อมประสาท ช่วยให้สมองรู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

4. บำรุงสายตา

บีตา-แคโรทีนและวิตามินเอเป็นสารอาหารที่ช่วยบำรุงสายตาได้ อย่างที่รู้ ๆ กันมา ซึ่งในเปลือกส้มก็มีสารทั้ง 2 ชนิดนี้อยู่มากพอสมควรด้วยนะคะ

5. เปลือกส้ม รักษาสิว ผิวอักเสบ

ในเปลือกส้มมีน้ำมันหอมระเหยอยู่หลายชนิด ทั้งซิตรัล (citral) เจอรานิออล (geraniol) และไลนาโลออล (linalool) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในการทำความสะอาด โดยเฉพาะกับผิวหนังที่เป็นสิว หรือมีสิวอักเสบเนื่องจากสิ่งสกปรก ให้ล้างเปลือกส้มให้สะอาด จากนั้นนำเปลือกส้มไปบดละเอียด ผสมน้ำต้มสุกเล็กน้อยแล้วนำมาแต้มสิว หรือพอกผิวที่เกิดการอักเสบ นาน 20-30 นาที แล้วล้างออก อาการอักเสบบนผิวหนังจะบรรเทาลงได้

6. แก้กรดไหลย้อน

ผลการศึกษาเผยว่า หากนำเปลือกส้มตากแห้งประมาณ 1-2 กรัม มาต้มกับน้ำ 3 ถ้วยตวง แล้วจิบเป็นชาเปลือกส้ม จะช่วยแก้อาการอาหารไม่ย่อย หรือแก้กรดไหลย้อนได้ เนื่องจากเปลือกส้มมีสารโพลีแซกคาไรด์ ชนิดไม่ละลายน้ำ ที่สามารถกระตุ้นการย่อยอาหาร อีกทั้งยังมีสารแทนนิน และเฮมิ-เซลลูโลส โมเลกุลคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง ซึ่งมีคุณสมบัติลดกรดเกินในกระเพาะอาหาร ช่วยชะลอการย่อยอาหารให้เป็นไปอย่างราบรื่น ลดความเสี่ยงอาการท้องอืดได้ด้วย

7. ต้านเซลล์มะเร็ง

บีตา-แคโรทีนในเปลือกส้มสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ ยังเผยว่า บีตา-แคโรทีนนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถป้องกันการกลายพันธุ์ของเซลล์ในร่างกาย หรืออธิบายง่าย ๆ คือปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย ลดโอกาสเสี่ยงที่เซลล์ในร่างกายจะกลายเป็นเซลล์มะเร็งนั่นเอง

คุณค่าทางโภชนาการของส้ม ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 47 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 11.75 กรัม
  • น้ำตาล 9.35 กรัม
  • เส้นใย 2.4 กรัม
  • ไขมัน 0.12 กรัม
  • โปรตีน 0.94 กรัม
  • วิตามินเอ 11 ไมโครกรัม 1%
  • วิตามินบี 1 0.087 มิลลิกรัม 8%
  • วิตามินบี 2 0.04 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 3 0.282 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี 5 0.25 มิลลิกรัม 5%
  • วิตามินบี 6 0.06 มิลลิกรัม 5%
  • วิตามินบี 9 30 ไมโครกรัม 8%
  • โคลีน 8.4 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินซี 53.2 มิลลิกรัม 64%
  • วิตามินอี 0.18 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุแคลเซียม 40 มิลลิกรัม 4%
  • ธาตุเหล็ก 0.1 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุแมกนีเซียม 10 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุแมงกานีส 0.025 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 14 มิลลิกรัม 2%
  • โพแทสเซียม 181 มิลลิกรัม 4%
  • ธาตุสังกะสี 0.07 มิลลิกรัม 1%

ข้อควรระวังในการกินส้ม และ เปลือกส้ม

แม้ส้มจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ทว่าก็มีข้อควรระวังในการกินส้มที่อยากให้ใส่ใจกันด้วยนะคะ

  • เลือกกินส้มแบบผลมากกว่าน้ำส้มซึ่งอาจมีส่วนผสมของน้ำตาลเพิ่มขึ้นมา และทำให้เราพลาดโอกาสในการได้รับกากใยอาหารอีกด้วย
  • ผู้ป่วยเบาหวานควรจำกัดปริมาณการกินส้มไม่ให้มากจนเกินไป (ไม่เกิน 2 ผลต่อวัน) เพราะแม้ส้มจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ แต่การกินส้มมากเกินไปก็อาจทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไปด้วยเช่นกัน
  • ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยงการรับประทานส้ม เพราะส้มเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมค่อนข้างสูง อาจส่งผลให้อาการไตกำเริบได้

เปลือกส้ม กินยังไง

เหตุผลที่หลายคนไม่กล้ากินเปลือกส้มก็เพราะว่ามีรสขม ดังนั้นวิธีการกินเปลือกส้มที่ง่ายที่สุดคือการนำเปลือกส้มไปย่างจนสุก ซึ่งจะทำให้เปลือกส้มมีความหอม รสชาติขมลดลง รับประทานง่ายขึ้น โดยจะนำเปลือกส้มมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ผสมกับน้ำสลัดหรือโรยหน้าอาหารจานโปรดอื่น ๆ ก็ได้

หรือหากใครไม่สะดวกใจจะกินเปลือกส้มสด ๆ ลองนำเปลือกส้มไปเชื่อมหรือตากแห้งแล้วทำเป็นบ๊วยเปลือกส้มก็จะได้ประโยชน์ไม่ต่างกัน

เห็นประโยชน์ของเปลือกส้มกับสุขภาพอย่างนี้แล้วยังอยากจะโยนเปลือกส้มทิ้งกันอยู่ไหมคะ ที่สำคัญ แต่ก่อนรับประทานเปลือกส้มหรือเปลือกผัก-ผลไม้ชนิดใด ๆ อย่าลืมล้างผลไม้ชนิดนั้น ๆ ให้สะอาดหมดจดก่อนด้วยล่ะ

เมนูขนมที่น่าสนใจ by Bread at HÖME

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Bread at HÖME เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า