ประโยชน์ของช็อกโกแลตนั้นมีมากมาย และมาดูความเชื่อผิดที่ๆ เกี่ยวกับช็อกโกแลตกัน

ประโยชน์ของช็อกโกแลต
ช็อกโกแลตคืออะไร
ช็อกโกแลตคืออะไร

ช็อคโกแลตคือ ขนมหวานของโปรดของใครหลายคน อาจเป็นเพราะรสชาติที่ปรุงแต่งได้หลากหลาย มีการผสม หรือสอดไส้วัตถุดิบได้สารพัดอย่าง รวมไปถึงการออกแบบหน้าตา “ช็อคโกแลต” หลากหลายแบบให้ชวนรับประทาน

หลายคนอาจคิดว่า ช็อคโกแลตทำให้อ้วน แต่รู้หรือไม่ว่า ความจริงแล้วช็อคโกแลตก็มีประโยชน์อะไรต่อสุขภาพเช่นกัน

Bread at HÖME

ขนมปัง , โดนัท , ขนมเค้กของทางเล่น  , พิซซ่าโฮมเมด

ใครจะไปคิดว่าขนมหวานแสนอร่อยอย่างช็อกโกแลต จะช่วยให้เรารู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาได้ ซึ่งในปัจจุบันช็อกโกแลตมีวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าให้ได้เลือกซื้อกันอย่างจุใจ และก็มีหลากหลายยี่ห้อ ทำเอาบางครั้งที่นึกอยากจะทาช็อกโกแลตขึ้นมา พอไปเลือกซื้อก็ซื้อ ไม่ถูก เพราะไม่รู้จะซื้อยี่ห้อไหนดี แต่ละแบรนด์ก็ออกแบบทำแพ็คเกจจิ้งออกมาได้น่ารัก น่าซื้อ แต่จะว่าไปแล้วเราอย่าเพิ่งไปดูแค่รูปลักษณ์ภายนอกของช็อกโกแลตกันดีกว่าค่ะ จะทานช็อกโกแลตทั้งทีต้องดูให้ดีว่ามีดีอะไรอยู่บ้าง ถึงจะคุ้มกับเงิน และสุขภาพของเราค่ะ

ช็อกโกแลตคืออะไร ?

ช็อกโกแลต (Chocolate) เป็นขนมหวานที่ทำมาจากเมล็ดต้นโกโก้ (Cacao tree) ผสมกับน้ำตาล เนย นม สารแต่งกลิ่นหรือรสชาติ ทำให้ได้ช็อกโกแลตหลากลายรสชาติ และยังสอดไส้ส่วนประกอบอื่นๆ ได้มากมาย เช่น ลูกเกด เชอร์รี สตรอว์เบอร์รี ถั่วลิสง แยมผลไม้

ช็อกโกแลตสามารถจำแนกได้เป็นหลายประเภท แต่ประเภทของช็อกโกแลตนั้นอาจแบ่งตามรสชาติหรือรูปร่าง เช่น ช็อกโกแลตบาร์ มูสช็อกโกแลต ช็อกโกแลตเวเฟอร์ ช็อกโกแลตเหรียญ ไวต์ช็อกโกแลต ดาร์กช็อกโกแลต บิตเตอร์สวีตช็อกโกแลต ช็อกโกแลตนม ช็อกโกแลตชิป

ช็อกโกแลตทำจากการหมัก คั่ว และบดอย่างละเอียดของเมล็ดโกโก้ซึ่งได้มาจากต้นโกโก้เขตร้อน (tropical cacao tree) ซึ่งมีต้นกำเนิดจากอเมริกากลางและเม็กซิโก ต้นโกโก้นั้นถูกค้นพบโดยชาวอินเดียนแดงและชาวอัซเทค (Aztecs) แต่ในปัจจุบันได้แพร่กระจายและปลูกไปทั่วเขตร้อน เมล็ดของต้นโกโก้นั้นมีรสฝาดที่เข้มข้นมาก ผลผลิตของเมล็ดโกโก้รู้จักกันในนาม “ช็อกโกแลต” หรือบางส่วนของโลกในนาม “โกโก้”

สารอาหารในช็อกโกแลต
สารอาหารในช็อกโกแลต

สารอาหารในช็อกโกแลต ?

ช็อกโกแลตแต่ละแบบให้สารอาหารปริมาณแตกต่างกันไปตามรสชาติ ขนาด ส่วนผสม และวัตถุดิบที่เพิ่มเติมลงไป ส่งผลให้พลังงานที่ผู้รับประทานได้รับในช็อกโกแลตแต่ละชิ้นแตกต่างกันไป

ตัวอย่างช็อกโกแลตประเภทต่างๆ ในปริมาณ 100 กรัม จะให้พลังงานดังต่อไปนี้

  • ช็อกโกแลตผสมโกโก้ล้วน (Unsweetened chocolate) ให้พลังงานประมาณ 470-500 แคลอรี
  • บิตเตอร์สวีตช็อกโกแลต (Bittersweet chocolate) ให้พลังงานประมาณ 500-550 แคลอรี
  • เบคกิ้งช็อกโกแลต (Baking chocolate) ให้พลังงานประมาณ 450-550 แคลอรี

ส่วนสารอาหารหลักๆ ที่มีในช็อคโกแลตเกือบทุกชนิด ได้แก่

  • ไขมัน (Fat)
  • คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrates)
  • น้ำตาล (Sugar)
  • ไฟเบอร์ (Dietary fibers)
  • โปรตีน (Protein)
ประเภทและชนิดของช็อกโกแลต
ประเภทและชนิดของช็อกโกแลต

ประเภทและชนิดของช็อกโกแลต ?

  • ช็อกโกแลตขาว (White Chocolate) ไม่มีส่วนผสมของโกโก้เหลว แต่ใช้ไขมันโกโก้ (โกโก้บัตเตอร์) แทน มีการเติมนํ้าตาลนมสด และกลิ่นวานิลลาลงไปด้วย
  • ช็อกโกแลตนม (Milk Chocolate) มีส่วนผสมทั้งจากโกโก้บัตเตอร์ นมไม่พร่องมันเนย
  • แบบหวาน (Sweet Chocolate)ช็อกโกแลตชนิดนี้เพิ่มความหวานมากขึ้น

อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่นี่ : ช็อกโกแลตมีกี่ประเภท ที่นิยมนำมาทำเบเกอรี่และแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ

ปริมาณความหวานในช็อกโกแลตสามารถแบ่งย่อยช็อกโกแลตได้อีก 3 ชนิด

  • แบบไม่เพิ่มความหวาน (UnsweetenedChocolate) เป็นช็อกโกแลตเหลวบริสุทธิ์ไม่มีการเติมความหวานใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้ได้รสชาติฝาดและขมของช็อกโกแลตเต็มๆ มักนำไปเป็นส่วนผสมหลักในการทำขนม
  • แบบกึ่งหวาน (Semi-Sweet) ช็อกโกแลตเหลวกึ่งหวาน มีการเพิ่มความหวานและโกโก้บัตเตอร์ลงไปด้วย
  • ช็อกโกแลตดำ (Dark Chocolate) มีปริมาณโกโก้เหลวสูงถึง 75% มีความหวานน้อยมาก
ประโยชน์ของช็อกโกแลต
ประโยชน์ของช็อกโกแลต

ประโยชน์ของช็อกโกแลต

ช็อกโกแลตไม่ได้ให้แค่รสชาติหวานเท่านั้น แต่ยังให้สารอาหารที่มีประโยชน์ๆ ต่อสุขภาพอีกด้วย รวบรวมประโยชน์ด้านสุขภาพ 5 อันดับของการกินช็อกโกแลต รวมทั้งแบบสแควร์หรือแบบแท่ง เป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่มีความสมดุล

1.สามารถให้กำลังใจคุณได้

รสชาติและกลิ่นของช็อกโกแลตจะช่วยกระตุ้นสมองส่วนที่รู้สึกดี นอกจากนี้ช็อกโกแลตยังมีทริปโตเฟน กรดอะมิโนที่จำเป็นที่จะช่วยกระตุ้นการผลิตเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารต่อต้านความหดหู่ของสมอง โดยผู้เชี่ยวชาญได้เปรียบเสมือนความรู้สึกที่ก่อให้เกิดกับคนที่ตกหลุมรัก

2. เสริมสร้างสุขภาพหัวใจ

การทานช็อกโกแลต สามารถลดความดันโลหิตทำให้เลือดบางลง อีกทั้งยังลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองและยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบอีกด้วย เพราะสารเคมีของช็อกโกแลตที่เรียกว่า “ฟลาโวนอยด์” ที่กระตุ้นร่างกายให้สร้างไนตริกออกไซด์มากขึ้น ซึ่งจะช่วยในการขยายและช่วยผ่อนลายหลอดเลือด ทำให้สามารถลดคามดันโลหิตลงได้

3. ป้องกันหลอดเลือด

“ฟลาโวนอยด์” ในช็อกโกแลต ช่วยในการยับยั้งการก่อให้เกิด LDL หรือ ไขมันชนิดที่ไม่ดี ที่เป็นชนิดอันตรายเพราะเป็นโคเลสเตอรอลที่ไปสะสมในผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแดงตีบและแข็ง และคลอเลสเตอรอล จากออกซิไดซ์ ซึ่งช่วยในการป้องกันการเกิดเส้นเลือดแดงอุดตันอีกด้วย อีกทั้ง “ฟลาโวนอยด์” ยังมีไขมันอิ่มตัวมากกว่า 50 % หรือที่เรียกว่า กรดสเตียริก ที่มีอยู่ในเนยและโกโก้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เกิดคอลเลสเตอรอลไม่ดี แต่กลับช่วยเพิ่มคอลเลสเตอรอลที่ดีเพื่อช่วยป้องกัน

4. บรรเทาอาการไอ

ช็อกโกแลต มีสารเคมี ที่เรียกว่า ธีโอโบรมีน ซึ่งได้รับการรับรองว่าสามารถระงับการไอได้ โดยเกิดการทำงานในเส้นประสาทเวกัสซึ่งเป็นเส้นประสาทส่วนสมอง โดยที่เส้นประสาทส่วนนี้จะนำข้อมูลจากระบบประสาทส่วนกลางไปยังสมอง

5. ประโยชน์ของช็อคโกแลตต่อสมอง

สารเคมีอีพิแคทีชิน ที่พบในโกโก้และชาเขียว สามารถช่วยป้องกันสมองจากการก่อตัวของพลากหรือโปรตีนที่เรียกว่า เบตาแอมีลอยด์ ที่จับกันเป็นก้อนมากผิดปกติ จากโรคอัลไซเมอร์ที่มีความผิดปกติในสมอง อย่าง แอมีลอยด์พลาก ซึ่งโปรตีนนั้นจะเข้าไปยับยั้งการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท และทำให้เซลล์เหล่านั้นตาย

อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่นี่ : เบเกอรี่โฮมเมด

ความเชื่อผิดๆที่เกี่ยวกับช็อกโกแลต
ความเชื่อผิดๆที่เกี่ยวกับช็อกโกแลต

“เราทุกคนทราบดีว่า อาหารที่มีน้ำตาลที่มากเกินไปและไขมันที่มากเกินไป อาจจะทำให้เกิดโรคอ้วนและปัญหาสุขภาพอื่นๆได้ แต่มันเป็นข่าวดีสำหรับคนที่ชอบกินช็อกโกแลต หากเรากินในจำนวนน้อย มันก็จะเป็นประโยชน์ โดยที่ไม่ต้องรู้สึกผิด เพราะอย่างน้อยมันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อาหารสมดุล”

ช็อกโกแลตแบบไหนดีที่สุด?

โดยทั่วไปแล้วช็อกโกแลตที่เข้มข้น (70% และสูงกว่าโกโก้) ยิ่งมีฟลาโวนอยด์สูงขึ้น โดยฟลาโวนอยด์จะพบได้ในอาหาร เช่น บรอคโคลี่ , หัวหอม , ผลไม้ และชา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยป้องกันโรคมะเร็งและโรคหัวใจบางประเภทได้
มีความเป็นไปได้ที่คุณจะได้รับฟลาโวนอยด์ในช็อกโกแลตจากเมล็ดโกโก้ , โกโก้ , เหล้าช็อกโกแลตหรือสิ่งต่างๆที่มีส่วนผสมดังกล่าว และจากการตรวจสอบช็อกโกแลตนม มีจำนวนน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้

ช็อกโกแลตมาทำขนมดีหรือไม่?

เป็นเรื่องแปลกที่ดาร์กช็อกโกแลต จัดอยู่ในอาหารประเภท โลว์จีไอหรืออาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ ซึ่งหมายถึง อาหารว่างที่เหมาะสมระหว่างมื้อ เพราะมันได้ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากรับประทาน เนื่องจากไขมันที่มีมีการดูดซับน้ำตาลช้าลง

นอกจากนี้ช็อกโกแลตยังมีปริมาณคาเฟอีน ซึ่งช่วยเพิ่มความเข้มข้นและพลังงานชั่วคราว ดังนั้นคุณก็ควรที่จะควบคุมปริมาณคาเฟอีนของคุณด้วย เพราะอย่าลืมว่าช็อกโกแลตก็นับเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคาเฟอีนเหมือนกัน!

ก่อนที่คุณจะรีบคว้าช็อกโกแลตเพราะคิดว่ามันเป็นการรักษา แทนที่จะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ถ้าหากคุณทานมันในปริมาณที่น้อยและควบคู่ไปกับการทานอาหารที่มีความสมดุลและส่งเสริมสุขภาพที่ดี มันก็จะไม่เป็นการเพิ่มน้ำหนักและไม่ทำให้ส่งผลเสียต่อร่างกายคุณอย่างแน่นอน

ความเชื่อผิดๆที่เกี่ยวกับ “ช็อกโกแลต” 

ช็อกโกแลต ขนมหวานๆ หลายคนชอบรับประทาน บางคนก็บอกว่าอย่ารับประทานเยอะเพราะจะทำให้อ้วน เป็นเบาหวาน ทั้งที่จริงๆแล้ว ช็อกโกแลตมีประโยชน์มากกว่าที่เรารู้ แต่วันนี้เราจะมานำเสนอ ความเชื่อที่ผิดๆเกี่ยวกับช็อกโกแลต มีอะไรบ้าง

อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่นี่ : ชีสมีกี่ชนิด แต่ละประเภท ใช้ทำอะไรได้บ้าง

1. ความเชื่อ ช็อกโกแลตสาเหตุหลักของฟันผุ

ช็อกโกแลตผลิตจากเมล็ดโกโก้ ซึ่งเมล็ดโกโก้นี่เองมีคุณสมบัติยับยั้งแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของฟันผุ ดังนั้นการรับประทานช็อกโกแลตจึงไม่ได้เป็นสาเหตุหลักของฟันผุแม้แต่น้อย เพราะถึงอย่างไร หลังรับประทานอาหารทุกชนิด เราก็ควรแปรงฟัน เพื่อทำความสะอาดเหงือกและฟันของเรา

2. ความเชื่อ ช็อกโกแลตทำให้เด็กเป็นไฮเปอร์

จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ยังไม่มีหลักฐานว่า เด็กที่รับประทานช็อกโกแลตจะเป็นเด็กที่ไฮเปอร์ เพราะความไฮเปอร์ของเด็ก เป็นเรื่องของอารมณ์และสมาธิ คุณอาจจะให้ช็อกโกแลต เป็นรางวัลกับเด็กๆ เมื่อพวกเค้าทำกิจกรรมต่างๆสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ทำให้เด็กมีกำลังใจ และมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ทำมากขึ้น ความไฮเปอร์ก็จะค่อยๆบรรเทาลง

3. ความเชื่อ ช็อกโกแลตทำให้เกิดสิว

สิว เกิดจากหลายปัจจัย เช่น ความเครียด ความสกปรก ฮอร์โมน การพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นต้น แต่ไม่มีทฤษฎีใดเลยที่บ่งบอกว่า รับประทานช็อกโกแลตแล้วจะทำให้เป็นสิว ดังนั้นคุณมั่นใจได้เลยว่า ช็อกโกแลต ไม่ได้เป็นต้นเหตุทำให้เกิดสิวอย่างแน่นอน

4. ความเชื่อ ช็อกโกแลตทำให้เกิดความเครียด

มีการทดลองในกลุ่มตัวอย่าง โดยการให้รับประทานช็อกโกแลตดำทุกวัน วันละ 40 กรัม เป็นเวลาติดต่อกัน พบว่ากลุ่มตัวอย่างนี้ ความเครียดลดลง อารมณ์ดีขึ้น อย่างเห็นได้ชัด หากคุณเครียดไม่ว่าจากเรื่องใดก็ตาม ลองหาช็อกโกแลตมารับประทานสักชิ้น อาจจะช่วยให้คุณผ่อนคลาย สมองปลอดโปร่งมากยิ่งขึ้น

5. ความเชื่อ ช็อกโกแลตไปเพิ่มความดันโลหิตให้สูงขึ้น

ดาร์คช็อกโกแลตมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และยังปรับสมดุลให้กับความดันโลหิตของเราได้เป็นอย่างดี

6. ความเชื่อ ช็อกโกแลตมีคาเฟอีนสูง

หลายคนหลีกเลี่ยงการรับประทานช็อกโกแลต แล้วหันไปดื่มกาแฟแทน เพราะคิดว่าช็อกโกแลตมีคาเฟอีนสูงมาก แต่รู้หรือไม่อันที่จริงแล้ว กาแฟมีคาเฟอีนสูงกว่าช็อกโกแลตถึง 18 เท่าเลยทีเดียว

7. ความเชื่อ ช็อกโกแลตไม่มีคุณค่าทางสารอาหารใดๆ

ช็อกโกแลตมีสารต้านอนุมูลอิสระและใยอาหาร การรับประทานช็อกโกแลตเพียง 1 แท่ง คุณจะได้รับสารต้านอนุมูลอิสระเทียบเท่าการดื่มไวน์ 1 แก้ว

8. ความเชื่อ ช็อกโกแลตทำให้อ้วน

ถึงแม้ช็อกโกแลตจะมีความหวาน แต่ก็ไม่ได้เป็นสาเหตุทำให้อ้วนได้ ไม่ว่าคุณจะรับประทานอาหารอะไรก็ตามแต่ ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม ก็เป็นสาเหตุทำให้อ้วนได้ทั้งสิ้น

เมนูแนะนำจาก Bread at HÖME : เค้กช็อกโกแลต 1 ปอนด์ เนื้อบัตเตอร์ครีมใช้เนยแท้ ช็อกโกแลตแท้ โกโก้แท้ CHOCOLATE CAKE

ข้อควรระวังในการรับประทานช็อกโกแลต
ข้อควรระวังในการรับประทานช็อกโกแลต

ความจริงแล้วช็อกโกแลตถ้าหากทานในปริมาณที่พอเหมาะพอควร นอกจากจะไม่ทำให้เราอ้วนแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายอีกด้วย

ยาคลายเครียดชั้นดี

ในช็อกโกแลตจะประกอบไปด้วยสารเซโรโทนิน สารที่สร้างความสุขให้กับร่างกาย ทำให้คนที่กินรู้สึกอารมณ์ดี แถมยังมีสารที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาททำให้สมองผ่อนคลายได้ดี

ลดไขมันอุดตันในเส้นเลือด

สารแอนตี้ออกซิเดนท์ที่มีในช็อกโกแลตจะช่วยให้ร่างกายเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลประเภทที่มีประโยชน์ ทำให้คอเลสเตอรอลตัวที่เป็นอันตรายลดการทำปฏิกิริยากับออกซิเจน สามารถช่วยลดการเกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ทางหนึ่ง

หัวใจแข็งแรง

ช็อกโกแลตจะอุดมไปด้วยสารโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ ช่วยทำให้ระบบคุ้มกันทำงานได้ดี โดยสารชนิดนี้จะมีมากในช็อกโกแลตร้อน โกโก้ ช็อกโกแลตดำ และช็อกโกแลตนม ตามลำดับ

ไม่ทำให้ฟันผุ

หลายคนอาจสงสัยว่าช็อกโกแลตเป็นของหวานแต่ทำไมไม่ทำให้ฟันผุ ซึ่งความจริงแล้วช็อกโกแลตที่มีคุณภาพจะละลายได้ดีเมื่อเจอน้ำลายจึงไม่เหลือคราบติดฟัน แถมยังมีกรดแทนนินช่วยยับยั้งการเกิดแบคทีเรียที่ทำให้ฟันผุ

ข้อควรระวังในการรับประทานช็อกโกแลต

ช็อกโกแลตมีข้อควรระวังในการรับประทานบางอย่างที่คุณต้องพึงระวัง เช่น

  • ทำให้น้ำหนักเพิ่ม ปริมาณไขมันและน้ำตาลที่มีสูงในช็อกโกแลต คือ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มได้ อีกทั้งทำให้ร่างกายอาจมีไขมันส่วนเกินสะสมมากจนเกิดภาวะอ้วน และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้
  • มีน้ำตาลสูง นอกจากน้ำหนักเพิ่มแล้ว น้ำตาลในช็อกโกแลตยังเพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดฟันผุได้ ซึ่งเป็นผลมาจากคราบช็อกโกแลตที่ติดอยู่ตามซอกฟัน
  • เพิ่มโอกาสเป็นไมเกรน สารฮิสตามีน (Histamine) สารไทรามีน (Tyramine) และสารฟีนิลอะลานิน (Phenylalanine) ที่มีอยู่ในเมล็ดโกโก้ มีส่วนทำให้โอกาสเป็นโร
  • ไมเกรนสูงขึ้นได้
  • มีสารโลหะหนักมากเกินไป ในผงโกโก้กับช็อกโกแลตบาร์บางยี่ห้อมีการบรรจุสารแคดเมียม (Cadmium) ซึ่งเป็นสารพิษต่อไต กระดูก และระบบอื่นๆ ของร่างกาย
  • มีสารเคเฟอีน คุณอาจไม่ทราบว่า ช็อกโกแลตก็มีส่วนผสมของสารเคเฟอีนและสารทีโอโบรมีน (Theobromine) ที่อาจทำให้คุณนอนหลับยากขึ้น แม้จะมีปริมาณเพียงเล็กน้อย แต่ก็อาจส่งผลข้างเคียงต่อผู้ที่ไวต่อสารคาเฟอีน

ควรรับประทานช็อกโกแลตแบบไหน จึงจะดีต่อสุขภาพ

ช็อกโกแลตแบบที่รับประทานแล้วดีต่อสุขภาพที่สุด คือ ดาร์กช็อกโกแลต (Dark Chocolate) ที่ผลิตจากผลโกโก้ ซึ่งมีปริมาณของโกโก้สูง 70-85% โดยแนะนำให้รับประทาน 50- 100 กรัม ต่อวัน ความถี่ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันโรคหัวใจ

เพราะเมื่อเปรียบเทียบดาร์กช็อกโกแลตกับช็อกโกแลตนม ไวท์ช็อกโกแลต ช็อกโกแลตสอดไส้ผลไม้แห้ง ดาร์กช็อกโกแลตจะให้สารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงแร่ธาตุเหล็กที่มีประโยชน์มากกว่า และให้ปริมาณน้ำตาลต่ำกว่าช็อกโกแลตแบบอื่น

นอกจากนี้ดาร์กช็อกโกแลตยังประกอบไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว (Monounsaturated fat) ซึ่งมีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ลดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองได้ และมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าด้วย

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า ช็อกโกแลตชนิดอื่นๆ จะไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเลย ก่อนเลือกซื้อช็อกโกแลต ให้ดูสารอาหารที่ฉลากผลิตภัณฑ์ เพื่อตรวจดูสารอาหารที่ช็อกโกแลตยี่ห้อดังกล่าวให้ รวมถึงปริมาณพลังงานที่ให้กับร่างกายว่า เหมาะสมขนาดไหน

แม้ดาร์กช็อกโกแลตจะมีส่วนผสมของน้ำตาลและนมน้อยมาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอยู่เลย อีกทั้งแคลอรี่ในช็อกโกแลตมีปริมาณที่สูง ดังนั้นจึงควรรับประทานช็อกโกแลตในปริมาณที่เหมาะสม ร่วมกับการออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อื่น

เมนูแนะนำจาก Bread at HÖME : เค้กช็อกโกแลตลาวา สไตล์มินิ Chocolate Lava Cake

สรุป ประโยชน์ของช็อกโกแลตนั้นมีมากมาย และมาดูความเชื่อผิดที่ๆ เกี่ยวกับช็อกโกแลตกัน

ช็อกโกแลตทานแต่น้อยแค่พอหอมปากหอมคอก็พอแล้วค่ะ ของหวานทุกชนิดหากทานมากไปก็พบว่ามีผลเสียต่อร่างกายอยู่ไม่น้อยยิ่งในหญิงตั้งครรภ์เรื่องปริมาณคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดต้องควบคุมกันด้วยนะคะ ตามใจปากมากไป ไม่โรคใดโรคหนึ่งเป็นต้องถามหาอย่างแน่นอน ช่วงตั้งท้องทำใจให้สบาย ปรับอารมณ์ให้สมดุลกับร่างกายที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป หากเครียดก็พักอ่านหนังสือนอนเล่น ว่ายนํ้า เล่นโยคะ นั่งสมาธิ หรือกิน ช็อกโกแลต เพียงน้อยนิดก็ช่วยให้คุณแม่ท้องรู้สึกดีขึ้นแล้วล่ะค่ะ

ทั้งนี้การทานช็อกโกแลตที่ก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าโทษนั้น เราควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะไม่มากจนเกินไป เพราะไม่อย่างนั้นนอกจากจะทำให้เกิดโรคอ้วนได้แล้ว ผลเสียอีกอย่างหนึ่งที่สร้างอันตรายให้กับร่างกายเราก็คือ การทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

เมนูขนมที่น่าสนใจ by Bread at HÖME

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Bread at HÖME เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า